Monthly Archives: February 2015

แน่นอนอยู่แล้ว ภาษาอังกฤษ

คำว่าแน่นอนอยู่แล้ว ใช้สำหรับตอบกลับคำพูดหรือคำถามของคู่สนทนา เพื่อยืนยันอย่างหนักแน่นให้อีกฝ่ายมั่นใจโดยไม่ต้องมีข้อสงสัย ซึ่งในภาษาอังกฤษก็มีหลายคำที่แปลว่า แน่นอน

Certainly

“Could you lend me £10?” คุณให้ฉันยืมเงินสัก 10 ปอนด์ ได้ไหม ?
“Certainly.” แน่นอนอยู่แล้ว

ถ้าจะปฏิเสธอย่างหนักแน่นให้พูดว่า Certainly not แปลว่า “แน่นอนว่า ไม่”

 

Absolutely

แปลว่า อย่างแน่นอน

 

Of course

‘May I come in?’  ฉันขอเข้าไปข้างในได้ไหม
‘Of course you may.’ แน่นอน คุณเข้ามาได้

 

Surely.
“May I sit here?” ฉันขอนั่งที่นี่ได้ไหม
“Surely.” แน่นอนอยู่แล้ว (ได้)

 

Definitely
‘So we’ll see you on Sunday at 7 o’clock?’ ดังนั้นเราจะพบคุณวันอาทิตย์ 7 โมง
‘Definitely!’ แน่นอน , ได้

 

จะเห็นได้ว่ามีคำศัพท์ภาษาอังกฤษจำนวนมากที่มีความหมายแปลว่า แน่นอน ซึ่งเราสามารถเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง เพื่อความหลากหลายทางภาษาได้

อ่านทศนิยม ภาษาอังกฤษ

เลขทศนิยมในภาษาอังกฤษ (decimal numbers) มีหลักการในการเขียนและอ่านอย่างไร วันนี้เราจะเรียนรู้ในเรื่องนี้ด้วยกัน เพราะเป็นเรื่องสำคัญทางด้านคณิตศาสตร์

วิธีอ่านเลขทศนิยมภาษาอังกฤษ

จุดทศนิยมเราเรียกว่า decimal point เป็นจุดที่ทำหน้าที่แยกระหว่างจำนวนเต็ม กับ เศษออกจากกัน ซึ่งเราจะอ่านจุดทศนิยมว่า point หรือ and  ,และอ่านเลขข้างหลังจุดทีละตัว เช่น

127.578
อ่านว่า one hundred twenty seven point five seven eight

0.832
อ่านว่า zero point eight three two

วิธีการอ่านทศนิยมข้างต้นเป็นวิธีง่ายที่สุดที่ใช้ในภาษาพูด ซึ่งหากเป็นการอ่านตามหลักวิชาการคณิตศาสตร์จะแตกต่างออกไปดังนี้

จากภาพด้านบนว่า หลักของตัวเลขหน้าจุดทศนิยมจะนับจากขวาไปซ้าย เริ่มจากหลักหน่วย (Units) , หลักสิบ (Tens) ไปยังหลักร้อย พัน หมื่น ฯลฯ ตามที่เรารู้จักกันดี

แต่หลักของเลขหลักจุดทศนิยมจะนับจากซ้ายไปขวา เริ่มจากหลักเศษสิบ (tenths) , หลักเศษร้อย (Hundredths) ,หลักเศษพัน (Thousandths) , หลักเศษหมื่น (Ten-Thousandths) ฯลฯ

ดังนั้นเแล้ว

17.591 จะอ่านได้ว่า

Seventeen point five hundred ninety one thousandths

(เลข 1 ตัวสุดท้าย อยู่ในหลัก thousandths เราอ่านเลขหลังจุดทศนิยม 591 ว่า five hundred ninety one แล้วก็เติมหลัก thousandths เข้าไปด้านท้ายเท่านั้น)

 

17.59 จะอ่านได้ว่า

Seventeen point fifty nine  hundredths

 

ทั้งหมดนี้ คือ วิธีอ่านเลขทศนิยม ซึ่งวิธีหลังอาจจะสร้างความสับสนได้ หากไม่ชำนาญจะใช้วิธีแรกก่อนจะดีกว่า คือ อ่านตัวเลขหลังจุดทศนิยมทีละตัว

วิธีการอ่านเลขเศษส่วน ภาษาอังกฤษ

สำหรับผู้ที่เรียนคณิตศาสตร์ การอ่านเศษส่วน (Fraction) ภาษาอังกฤษ เป็นอีกหนึ่งพื้นฐานที่จำเป็น เพราะเศษส่วนเป็นหนึ่งในรูปแบบตัวเลขทางคณิตศาตร์ที่เราพบเจออยู่เสมอ

 อ่านเศษส่วน ภาษาอังกฤษ

เลขเศษส่วนคือ ส่วนหนึ่งจากจำนวนทั้งหมด ซึ่งเป็นค่าที่น้อยกว่า 1

เรามาดูตัวอย่างของเลขเศษส่วนกัน

35

เลข 3 เป็น เศษ  ภาษาอังกฤษเรียกว่า Numerator
การอ่านเลขเศษ จะอ่านแบบ natural numbers (cardinal numbers) ซึ่งเป็นจำนวนนับ โดยทั่วไป ซึ่งได้แก่
one ,  two , three , four ,  five , six , seven ….. เป็นต้น

เลข 5 เป็น ส่วน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Denominator
การอ่านเลขส่วน จะอ่านแบบ Ordinal numbers ซึ่งเป็นเลขลำดับที่ ตัวอย่างเช่น
first , second , third , fourth , fifth , sixth , seventh …. เป็นต้น

ดังนั้นแล้ว 3⁄5 จึงอ่านในภาษาอังกฤษว่า three-fifth หรือ three over fifth หรือ three divided by fifth

นอกจากนั้นเลขเศษส่วนบางตัวที่ใช้บ่อย ยังมีวิธีการอ่านเฉพาะที่จดจำง่าย เรามาดูตัวอย่างวิธีการอ่านเศษส่วนกัน

12 อ่านว่า one half หรือ a half

13 อ่านว่า one third หรือ a third

14 อ่านว่า one fourth หรือ a quarter หรือ one quarter

15 อ่านว่า one-fifth

110 อ่านว่า one-tenth

1100 อ่านว่า one-hundredth

1½ อ่านว่า one and a half

เชื่อว่าคงพอจะเข้าใจวิธีการอ่านเลขเศษส่วนกันบ้างแล้วไม่มากก็น้อย