Monthly Archives: September 2013

คำศัพท์ฟุตบอล ภาษาอังกฤษ

กีฬาฟุตบอล (football) หรือที่ชาวอเมริกันเรียกกันว่า ซอคเกอร์ (Soccer) จัดเป็นเกมส์กีฬายอดนิยมอันดับหนึ่งของโลก มีผู้ชมจำนวนมากคอยเฝ้าติดตามผลการแข่งขันทั้งในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ และฟุตบอลสโมสรภายในประเทศต่าง ๆ และด้วยเหตุที่มีผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจในกีฬาฟุตบอล การสนทนาเรื่องการแข่งขันในชีวิตประจำวันจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติ ซึ่งถ้าคุณทราบคำศัพท์เกี่ยวกับฟุตบอลก็จะช่วยให้การสนทนามีรสชาติมากขึ้น

คำศัพท์ฟุตบอลภาษาอังกฤษ

ตำแหน่งการเล่นของนักฟุตบอลภาษาอังกฤษ

Forward แปลว่า กองหน้า

Striker แปลว่า กองหน้าตัวเป้า เป็นกองหน้าประเภทที่มีหน้าที่หลักคือหาช่องว่างเพื่อยิงประตูคู่แข่ง

 

Midfielder แปลว่า กองกลาง มีหน้าที่ทั้งจ่ายบอลให้กองหน้า  ยิงประตู  และสกัดบอลในแดนกลาง

Central midfielder หมายถึงกองกลางที่ยืนตำแหน่งอยู่กลางสนาม

Left midfielder หมายถึงกองกลางฝั่งซ้าย

Right midfielder แปลว่า กองกลางฝั่งขวา

Attacking midfielder แปลว่า กองกลางตัวรุก จะยืนอยู่ระหว่างตำแหน่งกองกลางและกองหน้า

Defensive midfielder แปลว่า กองกลางตัวรับ มีหน้าที่ตัดเกมส์การบุกของคู่แข่งในแดนกลาง ไม่เน้นขึ้นไปช่วยกองหน้า

Winger หรือ Wide midfielder แปลว่า ผู้เล่นตำแหน่งปีก  ซึ่งก็มีทั้งปีกซ้าย หรือ ปีกขวา

 

Defender แปลว่า กองหลัง

Centre-back คือ กองหลังที่ยืนตำแหน่งตรงกลาง

Full-back คือ กองหลังฝั่งซ้าย หรือ ขวา

Left Defender แปลว่า กองหลังฝั่งซ้าย

Right Defender แปลว่า กองหลังฝั่งขวา

Sweeper คือ ตำแหน่งกองหลังตัวสุดท้าย

 

Goalkeeper คือ ผู้รักษาประตู

 

Substitute คือ ตัวสำรอง

 

Referee คือ กรรมการ ,ผู้ตัดสิน

 

linesman คือ ผู้กำกับเส้น

 

คำศัพท์ที่พบบ่อยในการแข่งขันฟุตบอล

corner kick  คือ ลูกตั้งเตะจากมุมสนาม กรณีที่อีกฝ่ายทำลูกบอลออกหลังฝั่งตัวเอง ก็จะต้องเสียลูกเตะมุม

free kick คือ ลูกตั้งเตะ

penalty kick คือ เตะจุดโทษ

throw-in คือ ทุ่มบอล  จากข้างสนามเข้ามา

offside คือ ล้ำหน้า

kick-off คือ เขี่ยบอลจากกลางสนาม (เริ่มเกมส์)

extra time คือ ช่วงต่อเวลาพิเศษ

goal คือ ได้ประตู

dribbling คือ เลี้ยงบอล (วิ่งไปพร้อมกับลูกฟุตบอล)

pass คือ ส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีม

head the ball คือ โหม่งบอล

header shot คือ โหม่งทำประตู

diving header คือ พุ่งตัวโหม่ง

Counterattack คือ การบุกสวนกลับ

Bicycle kick คือ ตีลังกาเตะ , จักรยานอากาศ

Own Goal คือ ทำเข้าประตูตัวเอง

Tackle คือ กระแทกคู่ต่อสู้ เพื่อแย่งบอล

Foul คือ ทำผิกกติกา

Injury time คือ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

a booking หรือ yellow card คือ ใบเหลือง

Red card คือ ใบแดง (ไล่ออก)

Win แปลว่า ชนะ

Draw แปลว่า เสมอ

Defeat แปลว่า แพ้

Shoot คือ ยิงประตู

Volley คือ การเตะบอลที่ลอยโด่งมา ก่อนที่บอลจะตกพื้น

 

ทั้งหมดข้างต้นเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลส่วนหนึ่งที่เรานำมาเสนอให้ได้เรียนรู้กัน ถึงแม้จะยังมีคำศัพท์อีกมากมาย แต่ว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกท่านสามารถพูดคุยสนทนาเรื่องฟุตบอล หรือชมการแข่งขันฟุตบอลได้อย่างเข้าใจกันแล้ว ซึ่งการพากย์บอลของไทย ก็มักมีการทับศัพท์คำเหล่านี้บ้างเป็นบางครั้ง

to turn down แปลว่าอะไร

สำหรับสำนวนในวันนี้ที่เรานำมาแนะนำให้เรียนรู้กัน คือ คำว่า to turn down ซึ่งสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งในการเขียนและการสนทนา เรามาเริ่มต้นกันจากประโยคบางอย่างก่อน เพื่อให้ลองเดาความหมายกัน

James had to turn down the job offer. แปลว่า เจมส์ turn down ข้อเสนอการทำงาน

คงจะพอเดากันได้บ้างแล้วใช่หรือไม่ ?

to turn down แปลว่าอะไร

ความหมายของสำนวน to turn down

สำนวนนี้มีความหมายถึง การปฏิเสธใครบางคนถึง คำขอร้อง/ข้อแนะนำ หรือ ข้อเสนอ ต่าง ๆ

ดังนั้นจากตัวอย่างประโยคในตอนแรก จึงแปลได้ว่า เจมส์ปฏิเสธข้อเสนอการทำงาน

รูปแบบโครงสร้างการใช้สำนวน to turn down

สำนวนนี้จัดเป็นกริยาวลีที่แยกจากกันได้  ซึ่งจะมีความแตกต่างในโครงสร้างประโยคเมื่อใช้กับ คำสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยค (Object Pronoun) ,คำนามสั้น ๆ ที่น้อยกว่า 2 คำ (shorter nouns) และ คำนามขนาดยาวที่มากกว่า 2 คำ (longer nouns)

 

กรณีใช้กับคำสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยค

turn (object pronoun) down

เช่น She turned him down. แปลว่า เธอปฏิเสธเขา

 

กรณีใช้กับคำนามสั้น ๆ

turn (short noun) down
เช่น Carl will turn the offer down. แปลว่า คาร์ลจะไม่ยอมรับข้อเสนอ

 

กรณีใช้กับคำนามที่ยาวมากกว่า 2 คำ

turn down (long noun)
เช่น  Mike had to turn down the job offer in Texas. แปลว่า ไมค์ปฏิเสธข้อเสนองานในเทกซัส

ชื่อท่าว่ายน้ำภาษาอังกฤษ

ชื่อท่าว่ายน้ำภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลตรงตัวเหมือนกับในภาษาไทยทุกท่า ซึ่งผู้ที่สนใจเรื่องการว่ายน้ำและต้องการหาข้อมูลในภาษาอังกฤษ อาจจะค้นหาไม่เจอได้ หากไม่รู้ว่าคำศัพท์ท่าว่ายน้ำในภาษาอังกฤษมีชื่อเรียนว่าอะไรบ้าง

ชื่อท่าว่ายน้ำ

ท่าฟรีสไตล์ เป็นชื่อทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Freestyle

ท่า freestyle

ความจริงแล้วชื่อท่าว่ายน้ำนี้ เรียกกันว่า ฟรอนท์ ครอล  (front crawl) หรือ ฟอร์เวิร์ด ครอล ( forward crawl) แต่ที่เรียกกันว่าฟรีสไตล์เป็นเพราะรายการแข่งขันว่ายน้ำมีการจัดแข่งประเภทฟรีสไตล์ขึ้นมา ซึ่งนักว่ายน้ำจะเลือกว่ายท่าไหนก็ได้ตามใจชอบ แต่เนื่องจากการว่ายท่าฟรอนท์ ครอล เป็นท่าว่ายน้ำที่เร็วที่สุด นักกีฬาทุกคนจึงเลือกว่ายท่านี้กันทั้งหมดในการแข่งขันแบบฟรีสไตล์ ด้วยเหตุนี้จึงนิยมเรียกการว่ายแบบฟรอนท์ ครอล ว่า ฟรีสไตล์

 

ท่ากบ

ท่ากบ Breaststroke

ถึงแม้จะเป็นท่าว่ายน้ำที่ช้า แต่ก็เป็นท่าที่เหนื่อยน้อย เหมาะกับการว่ายเพื่อผ่อนคลาย

ด้วยเหตุที่ลักษณะการเตะขาของท่าว่ายน้ำนี้เหมือนกบว่ายน้ำ (frog kick) ชาวไทยจึงเรียกท่านี้ว่า ท่ากบ แต่ในภาษาอังกฤษนั้น ไม่ได้เรียกว่า ท่า frog style แต่อย่างใด

ท่ากบในภาษาอังกฤษ จะเรีัยกกันว่า Breaststroke แต่ถึงกระนั้นก็ตามหากคุณจะเรียกท่านี้ว่า frogstroke หลายคนก็จะทราบได้ทันทีว่าคุณหมายถึงท่า  Breaststroke นั่นเอง

 

ท่าผีเสื้อ

ท่าผีเสื้อ Butterfly stroke

ท่าว่ายน้ำนี้แปลความหมายได้ตรงกันทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งชาวต่างชาติจะเรียกว่าท่า Butterfly stroke

เป็นท่าว่ายน้ำที่ผู้ว่ายต้องออกแรงเยอะมาก เนื่อยจากต้องกระโจนตัวขึ้นเหนือน้ำ พร้อมกางแขนออก คล้ายผีเสื้อกางปีก

ลักษณะการตีขาของท่าว่ายน้ำผีเสื้อนั้น ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า dolphin kick (เตะขาแบบปลาโลมา)

 

ท่ากรรเชียง

กรรเชียง Backstroke

ในภษาอังกฤษจะเรียกท่านี้ว่า backstroke หรือ back crawl

ด้วยเหตุที่ลักษณะการว่ายท่านี้ ผู้ว่ายจะนอนหงายหน้าขึ้น ทำให้การหายใจทำได้สะดวกกว่าท่าอื่น แต่จุดด้อยก็คือผู้ว่ายน้ำท่ากรรเชียง ไม่สามารถมองเห็นทิศทางว่ายน้ำข้างหน้าได้เหมือนท่าอื่น

 

ท่าลูกหมาตกน้ำ

ท่าลูกหมาตกน้ำ Dog Paddle

เป็นท่าว่ายน้ำที่เหมาะกับการสอนเด็ก ๆ ให้เอาตัวรอดจากการจมน้ำ แม้ว่าจะว่ายได้ไม่เร็ว แต่การที่หน้าอยู่เหนือน้ำตลอด ทำให้สามารถหายใจได้อย่างอิสระ

ท่าลูกหมาตกน้ำ ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Dog Paddle

 

และทั้งหมดก็คือคำศัพท์ท่าว่ายน้ำ ที่เว็บไซต์ rakenglish.com นำมาฝากทุกท่าน ยังไงทราบคำศัพท์แล้วก็ไปว่ายน้ำกันเลยละกัน เพราะการว่ายน้ำถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แต่ไม่เหมาะกับคนว่ายน้ำไม่เป็น

much , many และ little , few มีหลักการใช้อย่างไร

much และ many แปลว่า มาก เหมือนกันทั้งคู่  เช่นเดียวกับ  little และ few ที่แปลว่า เล็กน้อย แต่ถึงแม้จะแปลเหมือนกันแต่หลักการใช้คำตามแกรมม่าภาษาอังกฤษ กลับแตกต่างกัน

เราใช้ much และ little กับ นามนับไม่ได้

much time

much luck

little energy

little money

เราใช้ many และ few กับ คำนามพหูพจน์

many friends

many people

few cars

few countries

much ไม่ใช้ในประโยคบอกเล่า แต่จะใช้ a lot of แทน

We didn’t spend much money. (ประโยคปฏิเสธ)

We spend a lot of money. (ประโยคบอกเล่า) เราจะไม่ใช้ We spend much money

เราสามารถใช้ many และ a lot of ได้ในประโยคทุกแบบ

Many people drive too fast. หรือ  A Lot of people drive too fast.

There  aren’t many tourists here.  หรือ  There aren’t a Lot of tourists here.

เราใช้ many years /  many weeks / many days ไม่ใช่ a lot of …

We’ve lived  here for many years.  (ไม่ใช้  a lot of years)

 

Little มีความหมายเท่ากับ  not much  , few มีความหมายเท่ากับ  not many

 

A little มีความหมายเท่ากับ some, a small amount

 

A few  มีความหมายเท่ากับ some  some, a sma ll number

As และ Like ใช้ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่างคำว่า As และ Like ว่ามีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไร จริงอยู่ว่าทั้งสองคำนี้สามารถใช้ในการเปรียบเทียบการกระทำหรือสถานการณ์ได้ทั้งคู่ แต่ก็มีรายละเอียดรูปแบบการใช้งานในภาษาอังกฤษที่ไม่เหมือนกัน

คำว่า like และ as ในทีนี้ซึ่งใช้เปรียบเทียบ มีความหมายว่า เหมือนกับ ,ราวกับว่า ,เช่น

as และ like ต่างกันอย่างไร

การใช้ As และ Like ในภาษาอังกฤษ

like เป็นคำบุพบท (preposition) เราจะใช้คำนี้ในกรณีที่ประโยคที่ตามมาด้านหลังไม่มีคำกิริยา โดยรูปประโยคของการใช้ like จะเป็นดังนี้

VERB + LIKE + NOUN / PRONOUN.

ตัวอย่างประโยคเช่น

She looks like a supermodel.  เธอดูเหมือนกับซุปเปอร์โมเดล

He speaks like a native speaker. เขาพูดเหมือนเจ้าของภาษา

 

as เป็นคำสันธาน ( conjunction) เราจะใช้ในกรณีที่ประโยคซึ่งตามมาประกอบไปด้วยคำกิริยา โดยรูปประโยคการใช้ as จะเป็นดังนี้

AS + SUBJECT + VERB.

ตัวอย่างประโยคเช่น

Nobody sings as she does. ไม่มีใครร้องเพลงได้เหมือนเธอ

 

แต่อย่างไรก็ดียังมีบางกรณีที่การใช้ as ก็ไม่ต้องตามด้วยประโยคที่มีกิริยา โดยหากประโยคนั้นเกี่ยวกับงาน/บทบาท ของบุคคลหรือสิ่งต่าง ๆ เช่น

He started work as a carpenter. เขาเริ่มทำงานเป็นช่างไม้

 

ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน เรามักพบการใช้ like แทน as เป็นเรื่องปกติ แม้ว่าจะไม่เป็นทางการ

 

ข้อควรระวังในการแปลความหมาย As และ Like

As your boss, I must warn you to be careful. จากประโยคนี้ผู้พูดกล่าวว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้าคุณ ฉันต้องเตือนคุณให้ระมัดระวัง (ผู้พูดเป็นหัวหน้า)

Like your boss, I must warn you to be careful.  จากประโยคนี้ ผู้พูดกล่าวว่า เช่นเดียวกับหัวหน้าคุณ คุณต้องเตือนให้คุณระมัดระวัง (ผู้พูดไม่ได้เป็นหัวหน้า)

Junkie แปลว่าอะไร

เดิมทีเดียวคำว่า Junkie มีความหมายถึงผู้ที่ติดยาเสพติด โดยเฉพาะผู้ที่เสพเฮโรอีน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ขี้ยา นั่นเอง แต่ในปัจจุบันมีการใช้คำนี้ในบริบทอื่นอีกด้วย นอกเหนือจากการเป็นผู้ติดสารเสพติด ลองมาพิจารณาตัวอย่างประโยคที่ใช้คำศัพท์นี้กันก่อนดีกว่า

He is really a Facebook junkie.

I am a chocolate junkie.

พอจะเดาได้่หรือไม่ว่าทั้งสองตัวอย่างข้างต้นแปลว่าอะไรบ้าง

Junkie แปลว่าอะไร

ความหมายของคำว่า junkie ในปัจจุบัน แปลได้ว่า ผู้เสพติด แต่ทั้งนี้ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าเป็นการติดยาเสพติดเพียงเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงอีกหลายเรื่อง เช่น

a Facebook junkie. ก็คือ ผู้ติดเฟสบุ๊ค  (คิดว่าชาวไทยน่าจะมีผู้ติดเฟสบุ๊คจำนวนมาก เรียกได้ว่าตื่นเช้ามาก็ต้องเข้าเฟสบุ๊ค ก่อนนอนก็ต้องเข้าเฟสบุ๊ค ถ้าท่านเป็นแบบนี้ก็นับได้ว่าท่านเป็น Facebook junkie คนหนึ่งแล้วหละ)

a TV junkie ก็คือ คนที่ติดการดูทีวี สามารถนั่งดูทีวีได้ทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว

ประโยคแสดงความไม่เห็นด้วย ภาษาอังกฤษ

มนุษย์ทุกคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้เสมอ ดังนั้นในการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นจึงมีทั้งสิ่งที่เราเห็นคล้อยตามหรือขัดแย้งเมื่อเพื่อนร่วมงานนำเสนอเรื่องต่าง ๆ ให้รับรู้ วันนี้เรามาเรียนรู้กันว่าเราจะพูดเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างไร เมื่อเราไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่บุคคลอื่นกล่าว

ไม่เห็นด้วยภาษาอังกฤษ

ประโยคภาษาอังกฤษแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง

ในที่ประชุม บางครั้งหากคุณต้องการแสดงความเห็นที่แตกต่าง แต่ไม่ต้องการหักหน้าความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างรุนแรง คุณควรกล่าวก่อนแสดงความเห็นของคุณว่า

That’s a good point, but…  แปลว่า นั่นเป็นความเห็นที่ดี แต่…..
I can see your point of view, but…  แปลว่า ฉันเข้าใจความเห็นของคุณ แต่…..
You may be right, but…. แปลว่า คุณอาจจะถูก แต่…..

อย่างไรก็ตามหากสิ่งที่คนอื่นเสนอมานั้น ไม่ตรงกับที่คุณคิดไว้เลย และคุณต้องการบอกว่าคุณไม่เห็นด้วยอย่างมาก สามารถใช้ประโยคต่อไปนี้บอกได้

I totally disagree. แปลว่า ฉันไม่เห็นด้วยทั้งหมด
You must be joking!! แปลว่า คุณจะต้องพูดเล่นแน่ ๆ (ใช้กับเพื่อน ๆ ในการประชุมที่ไม่เป็นทางการ)

และเมื่อคุณจะนำเสนอความคิดของคุณ สามารถเริ่มได้ด้วยคำต่อไปนี้

I tend to feel that  แปลว่า ฉันมีแนวโน้มที่รู้สึกว่า
It seems to me that แปลว่า  มันดูเหมือนว่าฉัน
I think/feel/believe แปลว่า ฉันคิด /รู้สึก /เชื่อ
My view is that……..แปลว่า มุมมองของฉัน คือ

ลองนำตัวอย่างเหล่านี้ไปใช้ในการประชุม จะช่วยให้การนำเสนอของคุณมีสีสัน น่าสนใจมากขึ้น

รายชื่อกีฬา ภาษาอังกฤษ

การเล่นกีฬานอกจากจะได้รับความสนุกท้าทายจากการแข่งขันแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย และโดยทั่วไปมนุษย์แต่ละคนก็มักจะมีกีฬาโปรดของตนเอง ถึงแม้ไม่ชอบเล่นก็ต้องชอบดู

ในวันนี้เราจะมาเรียนรู้คำศัพท์รายชื่อกีฬาในภาษาอังกฤษด้วยกัน แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า กีฬาในโลกนี้มีมากมายหลายอย่างมาก ซึ่งหลายประเภททุกท่านคงจะไม่รู้จักกัน ด้วยเหตุนี้เราจึงคัดมาเฉพาะกีฬาซึ่งเป็นที่รู้จัก โดยอ้างอิงจากชื่อกีฬาที่มีการแข่งขันกันในรายการโอลิมปิกเป็นหลัก และเพิ่มเติมอีกบางส่วนที่เป็นกีฬาเฉพาะของชาวไทย

กีฬา ภาษาอังกฤษ

รายชื่อกีฬาภาษาอังกฤษเรียงตามตัวอักษร A-Z

Alpine Skiing สกีอัลไพน์
Archery ยิงธนู
Athletics กรีฑา (กีฬาที่เกี่ยวกับวิ่ง ,เดิน ,ขว้าง)
Badminton แบดมินตัน
Basketball บาสเกตบอล
Beach Volleyball วอลเลย์บอลชายหาด
Biathlon สกียิงเป้า
Bobsleigh บอบสเลด (ผู้เล่นนั่งบนรถที่ล้อเป็นใบสกี ไถลไปตามพื้นน้ำแข็ง)
Boxing ชกมวย
Canoe racing พายเรือแคนู
Curling กีฬาสไลด์หินไปบนพื้นน้ำแข็งให้อยู่ใกล้วงกลมเป้าหมายมากที่สุด
Cycling ปั่นจักรยาน
Diving ดำน้ำ
Equestrian ขี่ม้า
Fencing ฟันดาบ
Figure skating สเก็ตลีลา
Football ฟุตบอล (หากเป็นภาษาอังกฤษอเมริกันจะหมายถึงอเมริกัน ฟุตบอล)
Golf ตีกอล์ฟ
Gymnastics ยิมนาสติก
Handball แฮนด์บอล
Hockey ฮอกกี้
Ice Hockey ฮอกกี้น้ำแข็ง
Muay Thai มวยไทย
Judo ยูโด
Rowing พายเรือกรรเชียง
Rugby รักบี้
Running วิ่ง
Sailing แล่นเรือใบ
Sepak takraw เซปัก ตะกร้อ
Shooting ยิงปืน
Ski Jumping สกีกระโดด
Soccer ฟุตบอล (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน)
Snowboard สโนว์บอร์ด
Swimming ว่ายน้ำ
Table Tennis ปิงปอง
Taekwondo เทควันโด
Tennis เทนนิส
Trampoline เทมโพลิน
Triathlon ไตรกีฬา
Volleyball วอลเลย์บอล
Water Polo โปโลน้ำ
Weightlifting ยกน้ำหนัก
Wrestling มวยปล้ำ

รายชื่อกีฬาภาษาอังกฤษทั้งหมดนี้ คงจะครอบคลุมที่ต้องใช้ในการสื่อสารได้เป็นอย่างมากแล้ว ยังไงเสียรู้คำศัพท์แล้วก็อย่าลืมหันมาออกกำลังกายในช่วงเวลาว่างกันบ้างนะ จะได้มีร่างกายที่แข็งแรงกันทุกคน

หลักการใช้ Do และ Does สร้างประโยคคำถามภาษาอังกฤษ

ในภาษาอังกฤษจะพบได้ว่า การตั้งประโยคคำถามจำนวนมาก มีคำศัพท์ Do และ Does เป็นส่วนประกอบอยู่ ดังนั้นในวันนี้เรามาดูกันว่า ทั้งสองคำนี้มีหลักการใช้ที่ถูกต้องอย่างไร

หลักการใช้ Do และ Does

ตัวอย่างการเปลี่ยนประโยคบอกเล่าเป็นประโยคคำถามด้วย Do และ Does

ประโยคบอกเล่า : You speak English. คุณพูดภาษาอังกฤษ
ประโยคคำถาม : Do you speak English? คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม ?

ประโยคบอกเล่า : He speaks Thai. เขาพูดภาษาอังกฤษ
ประโยคคำถาม : Does he speak Thai? เขาพูดภาษาไทยได้ไหม ?

จะเห็นได้ว่าเพียงแค่เราเติม Do นำหน้าประโยคบอกเล่า ประโยคนั้นก็จะถูกเปลี่ยนเป็นประโยคคำถามทันที

 

ประโยคคำถามที่ใช้ Do หรือ Does นำหน้า จัดอยู่ใน Present simple tense ซึ่งการจะเติมทั้งสองคำนำหน้าประโยคคำถามได้ ประโยคนั้นจะต้อง

1. ไม่ใช่ประโยคที่มี Verb to be (is , am ,are) เพราะถ้าเป็นประโยคที่มี V. tobe เราจะเปลี่ยนประโยคบอกเล่าเป็นคำถาม โดยนำ Verb to be มาวางข้างหน้าประโยค โดยไม่ต้องพึ่ง Do หรือ Does เช่น

- He is a boy  กลายเป็น Is he a boy?

2. จะต้องไม่ใช่ประโยคที่มี Modal Verbs  (can, must, might, should etc.)

 

เมื่อไรใช้ Do เมื่อไรใช้ Does

หากประธาน คือ I / you / we / they จะใช้ Do

หากประธานคือ he / she / it จะใช้ Does

 

รูปแบบคำถามสั้นที่ใช้ Do หรือ Does และการตอบคำถาม

ตัวอย่างคำถาม คำตอบยินยัน คำตอบปฏิเสธ
Do you speak English? Yes, I do. No, I don’t.
Do I need a dictionary? Yes, you do. No, you don’t.
Does he speak English? Yes, he does. No, he doesn’t.
Does it have four legs? Yes, it does. No, it doesn’t.

 

รูปแบบคำถามที่ใช้ Do หรือ Does ร่วมกับ Question Words

กรณีที่เป็นคำถามแบบเจาะจงรายละเอียดมากกว่าที่ต้องการคำตอบว่าใช่หรือไม่ จะมี question words เช่น who, when, where, why, which หรือ how เข้ามาช่วยในการตั้งคำถาม โดยให้วางประโยคเหล่านี้ไว้หน้า Do หรือ Does อีกทีหนึ่ง เช่น

- Where do you  live?  คุณอาศัยอยู่ที่ไหน ?

- How do you spell your name? คุณสะกดชื่อของคุณอย่างไร ?

- When does they study ? พวกเขามีเรียนเมื่อไร ?

- What does he have for dinner ? เขาทานอะไรสำหรับอาหารค่ำ ?