Monthly Archives: June 2013

ชื่อภาษาอังกฤษสำหรับเด็กผู้หญิงพร้อมความหมาย

ก่อนหน้านี้เราเคยนำชื่อภาษาอังกฤษเด็กผู้ชายมาแนะนำกันไปแล้ว คราวนี้ขอนำเรื่องราวที่ติดไว้ซึ่งก็คือ ชื่อเด็กผู้หญิงภาษาอังกฤษที่ไพเราะและได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน มาแนะนำให้กับทุกท่านได้อ่านกันบ้าง

ชื่อภาษาอังกฤษ

ชื่อเด็กผู้หญิงภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่านและความหมาย

ชื่อ อ่านว่า ความหมาย
Abigail อาบิเกล แปลว่า ความปลาบปลื้มของพ่อ
Amber เอมเบอร์ แปลว่า สีเหลืองอำพัน
Amelia อมีเรีย ภาษาฮิบรู หมายถึง สิ่งที่ไม่เหมือนใคร
Amy เอมี่ ภาษาฝรั่งเศสโบราณ หมายถึง สุดที่รัก
Ava เอวา ภาษาฮิบรู หมายถึง พ่อ
Brooke บรูค บุคคลผู้อยู่ใกล้สายน้ำ
Charlotte ชาร์ลอท ภาษานอซ แปลว่า ผู้เป็นอิสระ
Chloe โคลอี้ หนึ่งในชื่อของเทพธิดากรีก
Daisy เดซี ชื่อดอกไม้ ดอกเดซี
Ella เอลล่า ภาษาฝรั่งเศส หมายถึง เถ้าถ่านเล็ก ๆ
Ellie เอลลี ภาษาฮิบรู แปลว่า การขึ้นสวรรค์
Emily เอมิลี่ ภาษาละตินโบราณ หมายถึง เลียนแบบคู่แข่ง
Emma เอ็มม่า ภาษาเยอรมัน แปลว่า ทุกสิ่ง
Eva อีวา ภาษากรีกโบราณ หมายถึง ข่าวสารจากพระเจ้า
Evie อีวี่ ภาษากรีกโบราณ แปลว่า ข่าวสารจากพระเจ้า
Freya เฟรยา ภาษานอซ หมายถึง ผู้เป็นที่รัก
Grace เกรซ ความสง่างาม
Gracie เกรซี่ ไมตรีจิต
Hannah ฮันนาห์ ภาษาฮิบรู หมายถึง ความรักจากพระเจ้า
Holly ฮอลลี ภาษาเยอรมัน หมายถึง เหมือนนกพิราบ
Isabella อิสเบลล่า แปลว่าพระเจ้าคือผู้ดีพร้อม
Jasmine จัสมิน ดอกมะลิ
Jessica เจสสิก้า ภาษาฮิบรู แปลว่า เทพคุ้มครอง
Katie เคธี่ ภาษากรีก แปลว่า บริสุทธิ์
Layla ไลลา ภาษาอาราบิก แปลว่า ทำให้เบิกบานใจ
Leah ลีอาห์ ภาษาฮิบรู แปลว่า ละมั่ง
Lilly ลิลลี่ ชื่อดอกไม้
Lily ลิลี่ ดอกวิรงรอง
Lucy ลูซี่ ภาษาละติน แปลว่า สดใส
Maisie ไมซี่ ภาษากรีก หมายถึง ไข่มุก
Matilda มาทิลด้า ภาษาเยอรมัน แปลว่า อำนาจ
Megan เมแกน ภาษากรีก หมายถึง ไข่มุก
Millie มิลลี่ ภาษาเยอรมัน แปลว่า คนขยัน
Olivia โอลิเวีย มะกอก
Phoebe พีบี กรีกโบราณ แปลว่า แสงอาทิตย์
Poppy ป๊อบปี้ ภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า ดอกไม้สีแดง
Sophia โซเฟีย ภาษากรีกเดิม หมายถึง ปัญญา
Sophie โซฟี ภาษากรีกเดิม หมายถึง ปัญญา
Summer ซัมเมอร์ ฤดูร้อน

 

อวัยวะภายนอก และอวัยวะภายใน เป็นภาษาอังกฤษ

ร่างกายประกอบไปด้วยอวัยวะภายนอกและอวัยวะภายในมากมายหลายอย่าง ทำงานประสานกันเป็นอย่างดี เรามาเรียนรู้กันดีกว่าว่าชื่ออวัยวะในภาษาอังกฤษมีอย่างไรกันบ้าง

ชื่ออวัยวะของร่างกายมนุษย์ภาษาอังกฤษ

ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

อวัยวะภายนอก ได้แก่

Head แปลว่า ศีรษะ

Forehead แปลว่า หน้าผาก

Jaw แปลว่า กราม

Cheek แปลว่า แก้ม

Chin แปลว่า คาง

Neck แปลว่า คอ

Shoulder แปลว่า ไหล่

Arm แปลว่า แขน

Elbow แปลว่า ข้อศอก

Wrist แปลว่า ข้อมือ

Hand แปลว่า มือ

Finger แปลว่า นิ้ว

Thumb แปลว่า นิ้วหัวแม่มือ

Spine แปลว่า กระดูกสันหลัง

Chest แปลว่า หน้าอก

Thorax แปลว่า ทรวงอก

Abdomen แปลว่า ท้อง

Groin แปลว่า ขาหนีบ

Hip แปลว่า สะโพก

Buttocks แปลว่า ก้น

Leg แปลว่า ขา

Thigh แปลว่า ต้นขา

Knee แปลว่า เข่า

Calf แปลว่า น่อง

Heel แปลว่า ส้นเท้า

Ankle แปลว่า ข้อเท้า

Foot แปลว่า เท้า

Toe แปลว่า นิ้วเท้า, หัวแม่เท้า

Eye แปลว่า ตา

Ear แปลว่า หู

Nose แปลว่า จมูก

Mouth แปลว่า ปาก

Teeth แปลว่า ฟัน

Tongue แปลว่า ลิ้น

Throat แปลว่า คอ

Adam’s apple แปลว่า ลูกกระเดือก

Breast แปลว่า เต้านม

Penis แปลว่า อวัยวะเพศชาย

Scrotum แปลว่า ถุงอัณฑะ

Clitoris แปลว่า คลิตอริส

Vulva แปลว่า ช่องคลอด

Navel แปลว่า สะดือ

อวัยวะภายใน ได้แก่

คำว่า a viscus แปลว่าอวัยภายในซึ่งอยู่ในรูปเอกพจน์ กรณีพหูพจน์พูดรวมถึงอวัยวะภายในทั้งหมดใช้คำว่า viscera หรือหากต้องการให้เป็นทางการมากขึ้นอาจเลือกใช้คำว่า innards ก็ได้

หรือหากต้องการให้ง่ายที่สุด ก็ใช้คำว่า internal organs ก็ได้

อวัยวะภายในภาษาอังกฤษ

Brain แปลว่า สมอง ประกอบไปด้วย
Basal ganglia คือ เบเซิ่ล แกงเกลีย
Brain stem แปลว่า ก้านสมอง
medulla คือ เมดัลลา (สมองส่วนท้ายต่อกับไขสันหลัง)
midbrain แปลว่า สมองส่วนกลาง
pons คือ พอนส์ (อยู่ด้านหน้าของซีรีเบลลัม ติดกับสมองส่วนกลาง)
Cerebellum คือ ซีรีเบลลัม (สมองส่วนที่ควบคุมระบบกล้ามเนื้อ และ การทรงตัว)
Cerebral cortex แปลว่า เปลือกสมอง
Hypothalamus คือ ไฮโปทาลามัส  (ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบประสาทอัตโนมัติ)
Amygdala แปลว่า ต่อมทอนซิล

Eyes แปลว่า ตา
Pineal gland แปลว่า ต่อมไพเนียล
Pituitary gland แปลว่า ต่อมใต้สมอง
Thyroid gland แปลว่า ต่อมไทรอยด์
Parathyroid glands แปลว่า ต่อมพาราไธรอยด์

 

Thorax แปลว่า ทรวงอก

Heart แปลว่า หัวใจ
Lungs แปลว่า ปอด
Esophagus แปลว่า หลอดอาหาร
Thymus gland แปลว่า ต่อมไธมัส
Pleura แปลว่า เยื่อหุ้มปอด

Abdomen and pelvis แปลว่า หน้าท้องและกระดูกเชิงกราน

Adrenal glands แปลว่า ต่อมหมวกไต
Appendix แปลว่า ไส้ติ่ง
Bladder แปลว่า กระเพาะปัสสาวะ
Gallbladder แปลว่า ถุงน้ำดี
Large intestine แปลว่า ลำไส้ใหญ่
Small intestine แปลว่า ลำไส้เล็ก
Kidneys แปลว่า ไต
Liver แปลว่า ตับ
Pancreas – gland แปลว่า ตับอ่อน
Spleen แปลว่า ม้าม
Stomach แปลว่า กระเพาะอาหาร

Male pelvis แปลว่า กระดูกเชิงกรานชาย

Prostate gland แปลว่า ต่อมลูกหมาก
Testes gland แปลว่า ต่อมอัณฑะ

Female pelvis แปลว่า กระดูกเชิงกรานหญิง

Ovaries – glands แปลว่า รังไข่
Uterus แปลว่า มดลูก

 

และทั้งหมดข้างต้นก็คือ คำศัพท์รายชื่ออวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งหากท่านจำได้หมด ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ท่านสามารถสื่อสารเกี่ยวกับร่างกายได้อย่างเข้าใจ

 

ตัวอักษรคำย่อชื่อเดือนภาษาอังกฤษ

ตัวอักษรคำย่อ ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อความสะดวกสบายและรวดเร็วในการเขียน ซึ่งหมวดหมู่ของคำย่อมีมากมายหลายประเภท ในวันนี้เราขอเริ่มต้นนำคำย่อชื่อเดือนภาษาอังกฤษ มาให้ได้ทราบ

อักษรคำย่อชื่อเดือนในภาษาอังกฤษ

คำย่อ คำเต็ม คำแปล
A April เมษายน
AAAM Abortion Access Action Month สิงหาคม
AM(&)J April, May, (&) June เมษายน, พฤษภาคม, (&) มิถุนายน
APR April เมษายน
AUG August สิงหาคม
CAL Calendar ปฏิทิน
D December ธันวาคม
DEC December ธันวาคม
DJ December and January เดือนธันวาคม และ มกราคม
DJF December, January, And February ธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์
DJF December-January-February ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์
F February กุมภาพันธ์
FEB February กุมภาพันธ์
J January มกราคม
J-S July through September กรกฎาคมถึงกันยายน
JAN January มกราคม
JASO July, August, September, October กรกฎาคม, สิงหาคม, กันยายน, ตุลาคม
JASON July, August, September, October and November กรกฎาคม, สิงหาคม, กันยายน, ตุลาคมและพฤศจิกายน
JFM January, February, March มกราคม, กุมภาพันธ์, มีนาคม
JFMAMJJASOND January, February, March, April, May, June, July, August, September, October, November, December มกราคม, กุมภาพันธ์, มีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม, มิถุนายน, กรกฎาคม, สิงหาคม, กันยายน, ตุลาคม, พฤศจิกายน ,ธันวาคม
JJ(&)A June, July, August มิถุนายน, กรกฎาคม, สิงหาคม
JJA June, July, August มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม
JLY July กรกฎาคม
JTJ January To June มกราคมถึงมิถุนายน
JU June มิถุนายน
JUL July กรกฎาคม
JUN June มิถุนายน
LM Last Month เดือนก่อน
LY Last Year ปีก่อน
MAM March, April, and May มีนาคม เมษายน และพฤษภาคม
MAR March มีนาคม
MJJ May, June, July พฤษภาคม, มิถุนายน, กรกฎาคม
MNTH Month เดือน
MON Month เดือน
MOY Month Of Year เดือนของปี
MTH Month เดือน
MY May พฤษภาคม
N November พฤศจิกายน
NOV November พฤศจิกายน
NY New Year ปีใหม่
O October ตุลาคม
OCT October ตุลาคม
ON(&)D October, November (&) December ตุลาคม พฤศจิกายนและ ธันวาคม
QM Quarter Month ไตรมาส
S September กันยายน
S Summer ฤดูร้อน
SEP September กันยายน
SEPT September กันยายน
TED Twenty Eight Days ยี่สิบแปดวัน
TOM Time Of Month เวลานั้นของเดือน (ช่วงเวลาที่ผู้หญิงมีประจำเดือน)
WIN Winter ฤดูหนาว
WINT Winter ฤดูหนาว
WNTR Winter ฤดูหนาว
YOD Year Of The Dragon มะโรง
YRS Year ปี

ตัดผมภาษาอังกฤษ บทสนทนาในร้านตัดผม

คำศัพท์ที่แปลว่าตัดผมในภาษาอังกฤษ คือ haircut : หากคุณจำเป็นต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศเป็นเวลานาน และต้องการตัดผมที่ร้านแล้วละก็ จำเป็นต้องทราบคำศัพท์และบทสนทนาไว้บ้าง ไม่เช่นนั้นอาจจะได้ทรงผมไม่เหมือนกับที่ใจต้องการ

ตัดผมภาษาอังกฤษ

ร้านตัดผมในภาษาอังกฤษ โดยปกติแล้วจะใช้คำศัพท์ว่า Barber Shop หรือ Hair Salon ส่วนช่างตัดผมมีคำเรียกที่แตกต่างหลายแบบ ดังเช่น

- Barber หมายถึง ช่างที่ตัดผมให้กับผู้ชาย

- Hair Stylist หรือ  Hair dresser คือ ช่างตัดผม (ให้กัยทั้งผู้ชายและผู้หญิง)

เนื่องจากทรงผม (hairstyle) มีส่วนช่วยอย่างมากในการทำให้แต่ละคนดูดีหรือเลวร้าย ดังนั้นบรรดาร้านตัดผมชื่อดัง จึงมักมีคิวแน่นเอี๊ยด ถึงกับต้องจองเวลานัดหมายกันล่วงหน้าเลยทีเดียว ขืนดินไปสุ่มสี่สุ่มห้า อาจต้องเสียเวลาไปเก้อ เพราะลูกค้าจองคิวกันเต็ม หากคุณต้องโทรไปจองคิวตัดผมอาจเริ่มต้นบทสนทนาได้ดังนี้

I need to get my haircut. Do you have any openings today? แปลว่า ฉันต้องการตัดผม . ไม่ทราบว่าวันนี้มีช่วงเวลาไหนว่างบ้าง

 

หลังจากที่คุณเดินทางไปถึงร้านตัดผมแล้ว ก่อนที่จะตัดผม ช่างจะสอบถามข้อมูลว่าจะตัดทรงไหน ให้ออกมาอย่างไร โดยส่วนมากแล้วจะใช้คำถาม เช่น

What are you looking to do today? วันนี้คุณต้องการทำทรงอะไร ?
How much do you want taken off today?  แปลว่า คุณต้องการตัดผมออกไปแค่ไหนในวันนี้
How much do you want to cut off your hair today? แปลว่า คุณต้องการตัดผมออกไปแค่ไหนในวันนี้
What do you like most about your hair? อะไรที่คุณชอบมากที่สุดเกี่ยวกับผมของคุณ
What do you like least about your hair? อะไรที่คุณชอบน้อยที่สุดเกี่ยวกับผมของคุณ

 

และต่อไปนี้ คือ แนวทางการตอบคำถามของช่างตัดผม
• Can you cut off 2 or 3 inches?  คุณสามารถตัดออกสัก 2 หรือ 3 นิ้วได้ไหม ?
• I would like a trim. ฉันต้องการเล็มผมออกเล็กน้อย (trim แปลว่า ตัดออกนิดหน่อย)
• I have a lot of split ends. Can you cut those? ฉันมีผมแตกปลายจำนวนมาก คุณช่วยตัดออกได้ไหม ?  (split ends แปลว่า ผมแตกปลาย)
• I would like to get bangs today. วันนี้ฉันต้องการตัดทรงหน้าม้า (bangs แปลว่า ผมหน้าม้า)
• I want a whole new look. ฉันต้องการรูปลักษณ์ใหม่ทั้งหมด
• Can you thin out my hair a little bit? คุณสามารถซอยผมของฉันให้บางลงเล็กน้อยได้หรือไม่ ?
• Chop it all off.  ตัดผมออกให้หมด (chop= แปลว่าตัด เช่นกัน)
• Please take some hair off the top but not too much off the sides.โปรดตัดผมด้านบนออกแต่ให้น้อยกว่าที่ตัดด้านข้างออกไป
• I would like a buzz cut.  ฉันต้องการตัดผมสั้นเกรียน (buzz cut = ทรงผมเกรียน แบบทหารเกณฑ์)

วันที่ภาษาอังกฤษ แบบบริติชและอเมริกัน

วันที่ภาษาอังกฤษ มีวิธีการเขียนที่หลากหลายขึ้นอยู่กับว่าจะเขียนแบบเป็นทางการหรือไม่ อีกทั้งยังมีความแตกต่างกันในเรื่องของรูปแบบการใช้ระหว่างวันที่แบบบริติชและอเมริกัน โดยแบบบริติชจะเขียนเรียงลำดับ วัน-เดือน-ปี เหมือนวันที่แบบไทย แต่ของอเมริกันจะเขียน เดือน-วัน-ปี

ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้เข้าใจผิดกันได้ โดยเฉพาะวันที่ซึ่งเขียนในแบบเป็นตัวเลขทั้งวัน เดือน ปี

ความแตกต่างระหว่างการเขียนวันที่ภาษาอังกฤษแบบบริติชและอเมริกันในรูปแบบต่าง ๆ

วันที่ภาษาอังกฤษ

การเขียนวันที่ในแบบที่ 1 จะใช้สำหรับกรณีที่ต้องการความเป็นทางการมาก เช่น เรียนเชิญแขกผู้ใหญ่ไปงานแต่งงาน ส่วนแบบที่ 2 และ 3 ก็จัดเป็นรูปแบบที่สุภาพเป็นทางการเช่นกัน

รูปแบบการเขียนวันที่แบบที่ 4-6 จะเป็นแบบไม่เป็นทางการ เช่นใช้เขียนโน๊ตย่อ ,จดหมายถึงเพื่อน เป็นต้น ในการเขียนวันที่แบบตัวเลขทั้งหมดเช่นนี้จะใช้เครื่องหมายกั้นระหว่างวันเดือนปี ซึ่งที่พบมากได้แก่เครื่องหมายดังต่อไปนี้ ( . ) ( / ) ( – )

ในส่วนของวันที่ 1-31 เราจะเขียนโดยใช้ตัวเลขลำดับที่ตามตารางด้านล่าง

วันที่ 1 -31 ในภาษาอังกฤษ
1st

2nd

3rd

4th

5th

6th

7th

8th

9th

10th

11th

12th

13th

14th

15th

16th

17th

18th

19th

20th

21st

22nd

23rd

24th

25th

26th

27th

28th

29th

30th

31st

first

second

third

fourth

fifth

sixth

seventh

eighth

ninth

tenth

eleventh

twelfth

thirteenth

fourteenth

fifteenth

sixteenth

seventeenth

eighteenth

nineteenth

twentieth

twenty-first

twenty-second

twenty-third

twenty-fourth

twenty-fifth

twenty-sixth

twenty-seventh

twenty-eighth

twenty-ninth

thirtieth

thirty-first

วันที่ 1

วันที่ 2

วันที่ 3

วันที่ 4

วันที่ 5

วันที่ 6

วันที่ 7

วันที่ 8

วันที่ 9

วันที่ 10

วันที่ 11

วันที่ 12

วันที่ 13

วันที่ 14

วันที่ 15

วันที่ 16

วันที่ 17

วันที่ 18

วันที่ 19

วันที่ 20

วันที่ 21

วันที่ 22

วันที่ 23

วันที่ 24

วันที่ 25

วันที่ 26

วันที่ 27

วันที่ 28

วันที่ 29

วันที่ 30

วันที่ 31

เชื่อว่าหลังจากที่พวกเราทุกคนได้อ่านบทความนี้แล้ว คงจะเข้าใจวิธีการเขียนวันที่ภาษาอังกฤษมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถเข้าใจรูปแบบการเขียนที่ต่างกันระหว่างอังกฤษบริติชและอเมริกันได้เป็นอย่างดี เพื่อที่ว่าเมื่ออ่านเอกสารหรือเดินทางไปประเทศนั้นๆ จะได้ใช้อย่างถูกต้อง

ราศี ภาษาอังกฤษ

จักรราศี หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Zodiac คือ วงกลมสมมติบนท้องฟ้าที่แบ่งย่อยออกเป็น 12 ส่วน แต่ละส่วนมีมุม 30 องศา โดยวงกลมดังกล่าวนี้ครอบคลุมเส้นทางโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

นับตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว จักรราศีถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาโหราศาสตร์ทำนายดวงชะตา ซึ่งเป็นความเชื่อทั้งไทยและต่างประเทศตรงกัน ต่อไปนี้คือรายชื่อราศีต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ เผื่อท่านใดอยากอ่านคำทำนายของต่างประเทศบ้างจะได้ทราบ

ราศี ภาษาอังกฤษ

12 ราศี ภาษาอังกฤษ

Aries แปลว่า ราศีเมษ
Taurus แปลว่า ราศีพฤษภ
Gemini แปลว่า ราศีเมถุน
Cancer แปลว่า ราศีกรกฎ
Leo แปลว่า ราศีสิงห์
Virgo แปลว่า ราศีกันย์
Libra แปลว่า ราศีตุล
Scorpio แปลว่า ราศีพิจิก
Sagittarius แปลว่า ราศีธนู
Capricorn แปลว่า ราศีมังกร
Aquarius แปลว่า ราศีกุมภ์
Pisces แปลว่า ราศีมีน

สำหรับผู้ที่ต้องการดูคำทำนายโชคชะตาตามราศี จะต้องทราบด้วยว่าช่วงเวลาวันเกิดของตนเองที่อยู่ภายในราศีต่าง ๆ ของตำราไทยโบราณและของฝั่งตะวันตกไม่ได้ตรงกัน

สุดท้ายนี้ไม่ว่าดวงชะตาจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการกระทำของเราเอง ไม่มีอะไรที่จะเหนือไปกว่า กฎแห่งกรรม

วิธีพูดว่า ขอบคุณ ภาษาอังกฤษ

คำว่าขอบคุณเป็นหนึ่งในมารยาทอันดีงาม ที่ผู้พูดใช้สำหรับแสดงให้ผู้ฟังรับทราบถึงความซาบซึ้งใจที่ได้รับการช่วยเหลือ วิธีพูดว่าขอบคุณภาษาอังกฤษ นอกเหนือไปจากคำว่า Thank you แล้ว ยังมีประโยคที่น่าสนใจอื่น ๆ อีก ซึ่งในวันนี้เราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกัน

ขอบคุณ ภาษาอังกฤษ

ขอบคุณภาษาอังกฤษ

 Thank you แปลว่า ขอบคุณ แต่หากคุณอยากแสดงความรู้สึกมากกว่านี้ คุณสามารถใช้คำว่า

- Thank you very much. ขอบคุณมาก

- Thank you so much. ขอบคุณมาก

- Thank you for everything. ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง

- Thank you for your help. ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือ

- I can’t thank you enough.  แปลว่า ฉันไม่สามารถขอบคุณได้เพียงพอ (กับสิ่งที่คุณทำให้)

 

หากไม่ต้องการใช้คำว่า thank you ก็สามารถเลือกใช้คำว่า grateful และ appreciate ก็ได้เช่นกัน เช่น

appreciate แปลว่า ซาบซึ้ง ,ยกย่อง ,ชมเชย ,เคารพนับถือ ,ขอบคุณ

- I’m really grateful.  ฉันขอบคุณจริง ๆ

- I really appreciate your help. ฉันขอบคุณจริง ๆ สำหรับการช่วยเหลือของคุณ

- My appreciation is beyond expression. ความซาบซึ้งของฉันเกินกว่าที่จะบรรยาย

- I highly appreciate your invaluable contribution. ฉันขอบคุณอย่างมากต่อการช่วยเหลือที่ล้ำค่า

 

การบอกว่าเป็นหนี้บุญคุณ ก็เป็นวิธีหนึ่งในการแสดงความซาบซึ้งต่อการช่วยเหลือ

- I owe you. แปลว่า ฉันเป็นหนี้บุญคุณคุณ

- I am deeply indebted. แปลว่า ฉันเป็นหนี้บุญคุณอย่างมาก

 

สำหรับกรณีการขอบคุณที่ไม่เป็นทางการมากนัก ใช้พูดกับเพื่อน อาจจะพูดแค่ Thanks ,Cheers  หรือ Ta ก็ได้

- Thanks a million. แปลว่า ขอบคุณล้านครั้ง

จะเห็นได้ว่าเรามีวิธีมากมายในการเอ่ยแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่ช่วยเหลือเรา ซึ่งสำหรับผู้ที่คอยช่วยเราแม้พวกเขาจะไม่ได้หวังผลตอบแทนใด ๆ แต่หากได้ยินได้ฟังคำว่า ขอบคุณ สักครั้ง ก็ทำให้เขาภาคภูมิใจได้

ลาป่วย และ ลากิจ ภาษาอังกฤษ

จริงอยู่ที่ว่าการทำงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในวันที่ร่างกายเจ็บป่วยหรือมีธุระ ทุกคนก็ต้องมีบ้างที่จำเป็นต้องหยุดงาน เรามาดูกันดีกว่าว่าคำว่า ลาป่วย และ ลากิจ ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่าอะไร

หากคุณไม่สบาย ไม่ว่าจะเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ (illness ) หรือ บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ (accident) และจำเป็นต้องลาหยุดงาน เราเรียกการลาประเภทนี้ว่า ลาป่วย ซึ่งในภาษาอังกฤษจะตรงกับคำว่า  Sick Leave

ในการลาป่วยบางบริษัทอาจจะมีกฏระเบียบให้นำใบรับรองแพทย์มาแสดงเป็นหลักฐาน ด้วยว่า เราเจ็บป่วยจริง ๆ คำว่าใบรับรองแพทย์ คือ Medical Certification

ลากิจภาษาอังกฤษ

ส่วนในกรณีที่เป็นการลาหยุดเพื่อไปทำธุระส่วนตัว ทางบริษัทเรียกการลาหยุดในกรณีนี้ว่า ลากิจ ซึ่งภาษาอังกฤษใช้คำว่า Personal Leave

พนักงานผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และจำเป็นต้องลาคลอดตามสิทธิทางกฏหมายที่กำหนดให้สามารถหยุดได้ เราเรียกการลาคลอดว่า Maternity leave

ผู้ที่ทำงานมาเกินหนึ่งปี ซึ่งมีสิทธิในการลาพักผ่อนได้ เราเรียกการลานี้ว่า ลาพักร้อน ตรงกับภาษาอังกฤษคือ Vacation Leave

หากคุณเป็นนักกีฬาควบคู่ไปกับการทำงาน และมีความจำเป็นต้องลงแข่งในช่วงเวลาทำงาน จึงจำเป็นต้องลาหยุด ถ้าต้องการชี้ชัดไปเลยว่าลากิจเพื่อแข่งกีฬา ให้ใช้คำว่า Leave For Athletic Competition

 

ชื่อดอกไม้ภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล

ดอกไม้ (flower) เป็นสิ่งที่คู่กันกับสตรี นั่นเป็นเพราะว่าธรรมชาติของผู้หญิงมักชื่นชอบในสิ่งที่สวยงาม ว่าแล้วก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่ากับชื่อดอกไม้ภาษาอังกฤษที่เราจะเรียนรู้กันในวันนี้ เป็นรายชื่อของดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีทั่วโลก

เนื่องจากดอกไม้ทั่วโลกมีมากมายหลายชนิด ดังนั้นชื่อดอกไม้จำนวนมากจึงถูกเรียกทับศัพท์ ไม่ได้แปลเป็นภาษาไทย เนื่องจากเป็นพืชที่ไม่ได้พบเห็นบ่อยภายในประเทศของเรา

ดอกไม้ภาษาอังกฤษ

รายชื่อดอกไม้ภาษาอังกฤษพร้อมคำแปล

Alstroemeria คือ  ดอกอัลสโตรมีเรีย

Anthurium คือ  ดอกหน้าวัว

Aster คือ ดอกแอสเตอร์

Baby’s Breath คือ ดอกยิปโซ

Bird Of Paradise คือ ดอกปักษาสวรรค์

Calla คือ ดอกคาร่า

Carnation คือ ดอกคาร์เนชั่น

Chrysanthemum คือ ดอกเบญจมาศ

Delphinium คือ ดอกเดลฟีเนียม

Coxcomb คือ ดอกหงอนไก่

Daffodil คือ ดอกแดฟโฟดิล

Dahlia คือ ดอกรักเร่

Freesia คือ ดอกฟรีเซีย

Gardenia คือ ดอกพุด

Gerbera คือ ดอกเยอบีร่า

Gladiolus คือ ดอกแกลดิโอลัส

Heliconia คือ ดอกเฮลิโคเนีย

Hyacinth คือ ดอกไฮยาซินท์

Hydrangea คือ ดอกไฮเดรนเยีย

Iris คือ ดอกไอริส

Jasmine คือ ดอกมะลิ

Kangaroo paw คือ ดอกอุ้งเท้าจิงโจ้

Liatris คือ ดอกไลเอทริส

Lily คือ ดอกลิลลี่

Lisianthus คือ ดอกลิซิแอนธัส

Narcissus คือ ดอกนาซิสซัส

Orange Jessamine คือ ดอกแก้ว

Orchid คือ ดอกกล้วยไม้

Pear blossom คือ ดอกแพร์

Peony คือ ดอกพีโอะนิ

Poinsettia คือ ดอกคริสต์มาส

Poppy คือ ดอกป๊อปปี้

Protea คือ ดอกโพรเทีย

Ranunculus คือ ดอกรานังคูลัส

Rose คือ ดอกกุหลาบ

Snapdragon คือ ดอกลิ้นมังกร

Statice คือ ดอกสแตติส

Stephanotis คือ ดอกชะลูดช้าง

Stock คือ ดอกสต๊อค

Sunflower คือ ดอกทานตะวัน

Tulip คือ ดอกทิวลิป

Wax flower คือ ดอกแว๊กซ์ฟลาวเวอร์

ทั้งหมดข้างต้น คือบรรดารายชื่อดอกไม้ที่เรารวบรวมมาฝากให้รู้จักกันในวันนี้ ต้องขออภัยที่ไม่สามารถนำภาพของดอกไม้ทุกชนิดมาลงให้ชมได้ ใครที่อยากเห็นรูปร่างลักษณะของดอกไม้ต่าง ๆ  สามารถนำชื่อไปค้นหาได้ที่ google image

รายชื่ออาชีพต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ ตำแหน่งงานยอดนิยม

ในวันนี้เราขอแนะนำคำศัพท์รายชื่ออาชีพเป็นภาษาอังกฤษให้ได้รู้จักกัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นคำศัพท์หมวดแรก ๆ ที่ผู้ฝึกภาษาทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ เพราะเป็นคำที่ใช้บ่อย เนื่องจากทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องมีอาชีพเพื่อหารายได้เลี้ยงตนเอง ดังนั้นเรื่องราวของอาชีพจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องสนทนากันอย่างแน่นอน

คำว่า อาชีพ ที่ใช้กันมากในภาษาอังกฤษ คือ Career และ Occupation

อาชีพภาษาอังกฤษ

คำศัพท์อาชีพภาษาอังกฤษ แบ่งตามหมวดอักษร

หมวด A

Accountant แปลว่า “สมุห์บัญชี”
Actor แปลว่า “นักแสดงชาย”
Actress แปลว่า “นักแสดงหญิง”
Actuary แปลว่า “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย”
Agricultural and food scientist แปลว่า “นักวิทยาศาสตร์อาหารและเกษตร”
Anthropologist แปลว่า “นักมนุษยวิทยา”
Architect แปลว่า “สถาปนิก”
Artist แปลว่า “ศิลปิน”
Automotive mechanic แปลว่า “ช่างซ่อมรถ”

 

หมวด B
Bookkeeping clerk แปลว่า “เสมียนทำบัญชี”
Budget analyst แปลว่า “นักวิเคราะห์งบประมาณ”

หมวด C
Carpenter แปลว่า “ช่างไม้”
Chemist แปลว่า “นักเคมี”
Childcare worker แปลว่า “พี่เลี้ยงเด็ก”
Civil engineer แปลว่า “วิศวกรโยธา”
Coach แปลว่า “ผู้ฝึกสอน”
Computer hardware engineer แปลว่า “วิศวกรคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์”
Computer support specialist แปลว่า “ผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนระบบคอมพิวเตอร์”
Cost estimator แปลว่า “ผู้ประเมินราคา”

หมวด D
Dancer คือ “นักเต้นรำ”
Database administrator คือ “ผู้ดูแลฐานข้อมูล”
Designer คือ “นักออกแบบ”
Desktop publisher คือ “ผู้ออกแบบจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์”
Drafter คือ “ผู้ร่างแบบ”

หมวด E
Economist คือ “นักเศรษฐศาสตร์”
Editor คือ “บรรณาธิการ”
Educator คือ “นักศึกษาศาสตร์”
Electrical engineer คือ “วิศวกรไฟฟ้า”
Electrician คือ “ช่างไฟ”
Environmental scientist คือ “นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม”

หมวด F
Farmer แปลว่า “ชาวนา”
Financial analyst แปลว่า “นักวิเคราะห์ทางการเงิน”
Firefighter แปลว่า “นักผจญเพลิง”
Fitness trainer แปลว่า “ผู้ฝึกสอนฟิตเนส”

หมวด H
Historian แปลว่า “นักประวัติศาสตร์”
Human resources assistant/officer แปลว่า “เจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์”

หมวด J
Judge แปลว่า “ผู้พิพากษา”

หมวด L
Landscape architect คือ “ภูมิสถาปนิก”
Lawyer คือ “ทนายความ”
Librarian คือ “บรรณารักษ์”
Loan officer คือ “เจ้าหน้าที่สินเชื่อ”

หมวด M
Mathematician คือ “นักคณิตศาสตร์”
Microbiologist คือ “นักจุลชีววิทยา”
Musician คือ “นักดนตรี”

หมวด N
nurse คือ “พยาบาล”

หมวด P
Pharmacist คือ “เภสัชกร”
Photographer คือ “ช่างภาพ”
Physician คือ “แพทย์”
Physicist คือ “นักฟิสิกส์”
Police officer คือ “เจ้าหน้าที่ตำรวจ”
Professional athlete คือ “นักกีฬาอาชีพ”
Psychologist คือ “นักจิตวิทยา”

หมวด R
Real estate agent คือ “ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์” (นายหน้าซื้อขายที่ดิน)
Recreational therapist คือ “นักบำบัดด้านสันทนาการ”
Referee คือ “กรรมการตัดสิน”
Reporter คือ “นักข่าว”

หมวด S
Secretary แปลว่า “เลขานุการ”
Social worker แปลว่า “นักสังคมศาสตร์”
Software developer แปลว่า “นักพัฒนาซอฟท์แวร์”
Statistician แปลว่า “นักสถิติ”
Surveyor แปลว่า  “ผู้สำรวจรังวัด”
Systems analyst แปลว่า  “นักวิเคราะห์ระบบ”

หมวด U
Urban planner คือ “ผู้วางผังเมือง”

หมวด V
Veterinarian คือ “สัตวแพทย์”

หมวด W
Web developer คือ “นักพัฒนาเว็บไซต์”
Writer คือ “นักเขียน”

หมวด Z
Zoologist คือ “นักสัตววิทยา”