Monthly Archives: February 2013

ชื่อผักเป็นภาษาอังกฤษ

คำศัพท์ที่เราจะมาศึกษาเรียนรู้กันในวันนี้ คือ รายชื่อผักภาษาอังกฤษ สำหรับคนที่เกี่ยวกับกับผักและมีความจำเป็นต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษ เช่น ขายผักให้ชาวต่างชาติ หรืออาศัยอยู่ต่างประเทศและต้องไปจ่ายตลาดซื้อผักเป็นประจำ รายชื่อผักเหล่านี้คงจะมีประโยชน์พอสมควร

ผัก ภาษาอังกฤษ

Bamboo shoot หน่อไม้
Beetroot บีทรูท
black bean ถั่วดำ
Black-eyed pea ถั่วตาดำ
Broccoli บรอคโคลี่
Cabbage กะหล่ำปลี
Carrots แครอท
Cassava มันสัมปะหลัง
Cauliflower กะหล่ำดอก
Chickpea ถั่วชิกพี ถั่วลูกไก่ หรือถั่วหัวช้าง
Corn ข้าวโพด
Cucumbers แตงกวา
Eggplant มะเขือ
Garlic กระเทียม
Ginger ขิง
Green Beans ถั่วแขก
Kale คะน้า
kidney bean ถั่วแดง
Lettuce ผักกาดหอม
Long Beans ถั่วฝักยาว
Mung bean ถั่วเขียว
Mushrooms เห็ด
Onions หัวหอม
Peanut ถั่วลิสง
Potato มันฝรั่ง
Soybeans ถั่วเหลือง
Spinach ผักขม
Tomatoes มะเขือเทศ
Water แห้ว
Watercress ผักน้ำ
White Radish หัวไชเท้า
Yam มันเทศ

 

หลักการใช้ Proper Nouns

Proper Nouns คือ คำนามแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งใช้ในการเรียกชื่อคน สถานที่ องค์กร ตำแหน่ง และสิ่งต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจงจำแนกได้ชัดเจน เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ลองดูการเปรียบเทียบระหว่าง Common Nouns และ Proper Nouns

common noun proper noun
man, boy (ผู้ชาย , เด็กผู้ชาย) John (จอหน์ – ชื่อคน)
woman, girl (ผู้หญิง , เด็กผู้หญิง) Yaya (ญาญ่า – ชื่อคน)
cookie (ขนมคุ๊กกี้) Oreo (โอลีโอ ้ – ชื่อยี่ห้อขนม)
beagle (หมาพันธุ์บีเกิ้ล) Snoopy (สนูปปี้ – ชื่อหมา)
restaurant (ร้านอาหาร) McDonalds (แมคโดนัลด์)
month (เดือน) January (มกราคม)
film (ภาพยนตร์) Die Hard (ชื่อภาพยนตร์)

จะเห็นได้ว่า Commons Nouns จะเป็นคำนามที่มีความหมายกว้างกว่า Proper Nouns ซึ่งเป็นชื่อเฉพาะของคน สัตว์ และสิ่งต่าง ๆ

 

หลักการใช้ Proper Nouns

- ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่เสมอ ตัวอย่างเช่น

They like John. (จะไม่เขียนว่า They like john. )
I live in England.
She works for Sony.
The last day in January is a Monday.

Proper Nouns ที่ไม่มี The

- จะไม่มีการใช้ The กับชื่อ นามสกุล ของบุคคล

- โดยทั่วไปจะไม่ใช้ The นำหน้าชื่อบริษัท เช่น General Motors, Air France, British Airways
Warner Brothers

เว้นเสียแต่ว่าชื่อจดทะเบียนของบริษัทเหล่านั้นขึ้นต้นด้วย The เช่น The Post Publishing Public Co., Ltd กรณีนี้บริษัทไปจดชื่อขึ้นต้นด้วย The เอง จึงใช้ The นำหน้า พูดง่าย ๆ คือ The เป็นส่วนหนึ่งของชื่อบริษัท

-  โดยทั่วไปจะไม่ใช้ The นำหน้าชื่อสถานที่ เช่น

towns Washington (not *the Washington), Paris, Tokyo
states, regions Texas, Kent, Eastern Europe
countries England, Thailand, China
continents Asia, Europe, North America
islands Phuket
mountains Everest

เว้นเสียแต่ว่าชื่อประเทศมีคำว่า  ”States”,”Kingdom” หรือ  “Republic” เราจึงเติม The ข้างหน้า เช่น

states the United States, the US, the United States of America, the USA
kingdom the United Kingdom, the UK
republic the French Republic

 

- เราไม่ใช้ The กับชื่อตำแหน่งที่มีชื่อบุคคลตามหลัง เช่น

the president, the king President Bush (ไม่ใช้ the President Bush)
the captain, the detective Captain Kirk, Detective Colombo
the doctor, the professor Doctor Well, Dr Well, Professor Dolittle
my uncle, your aunt Uncle Jack, Aunt Jill

โดยทั่วไปชื่อตำแหน่งจะขึ้นต้นด้วย the แต่ถ้ามีชื่อบุคคลตามหลังตำแหน่งจะไม่ใช้ the

I wanted to speak to the doctor. (ไม่มีชื่อคน จึงใช้ the doctor)
I wanted to speak to Doctor Brown. (มีชื่อคน จึงใช้ Doctor Brown โดยไม่มี The)

- ชื่อทะเลสาป ภูเขา ที่ตามด้วยชื่อ จะไม่มี the

the lake Lake Victoria
the mount Mount Everest

- โดยทั่วไปจะไม่ใช้ the กับชื่อถนน สี่แยก สวนสาธารณะ ฯลฯ

- เราไม่ใช้ the โดยทั่วไป กับ ชื่อร้านค้า โรงแรม ธนาคาร ฯลฯ ที่ขึ้นต้นด้วยชื่อบุคคล แล้วตามด้วย ‘s หรือ -s เช่น

shops Harrods, Marks & Spencer, Maceys
banks Barclays Bank
hotels, restaurants Steve’s Hotel, Joe’s Cafe, McDonalds
churches, cathedrals St John’s Church, St Peter’s Cathedral

- สิ่งก่อสร้าง หรือ อาคารขนาดใหญ่ ที่มีสองพยางค์ หากขึ้นต้นด้วยชื่อบุคคล หรือ สถานที่ จะไม่ใช้ the นำหน้า

people Kennedy Airport, Alexander Palace, St Paul’s Cathedral
places Heathrow Airport, Waterloo Station, Edinburgh Castle

 

Proper Nouns ที่มี The นำหน้า

- ชื่อประเทศที่มีคำว่า “States”,”Kingdom”, “Republic”

- ใช้ the นำหน้า คลอง ,แม่น้ำ, ทะเล ,มหาสมุทร เช่น

canals the Suez Canal
rivers the River Nile, the Nile
seas the Mediterranean Sea, the Mediterranean
oceans the Pacific Ocean, the Pacific

 

- โดยทั่วไปเราใช้ the กับชื่อบุคคล หรือ สถานที่ ที่อยู่ในรูปพหูพจน์ เช่น

people (ครอบครัว, เช่น) the Clintons (ครอบครัวคลินตัน)
countries the Philippines, the United States
island groups the Virgin Islands, the British Isles
mountain ranges the Himalayas, the Alps

 

- เราใช้ the กับชื่อสิ่งเหล่านี้ (ดูในตารางด้านล่าง)

hotels, restaurants the Ritz Hotel, the Peking Restaurant
banks the National Westminster Bank
cinemas, theatres the Royal Theatre, the ABC Cinema
museums the British Museum, the National Gallery
buildings the White House, the Crystal Palace
newspapers the Daily Telegraph, the Sunday Post
organisations the United Nations, the BBC, the European Union

 

- เราใช้ the กับชื่อที่ มีคำว่า of เช่น

  • the Tower of London
  • the Gulf of Siam
  • the Tropic of Cancer
  • the London School of Economics
  • the Bank of France
  • the Statue of Liberty

ปัญหาที่ทำให้สับสนของ countable nouns และ uncount nouns

ต่อไปนี้คือปัญหาที่พบเป็นประจำว่า ทำให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษเกิดความสับสนสำหรับ countable nouns (นามนับได้) และ uncount nouns (นามนับไม่ได้)

1. Uncount nouns ถูกใช้เช่นเดียวกับ count nouns

โดยเฉพาะในภาษาพูดที่มีการตัดทอนคำบางคำ จึงทำให้นามนับไม่ได้ ถูกใช้แบบเดียวกับนามนับได้ ในตารางด้านล่าง ช่องขวามือในวงเล็บ คือ ส่วนที่บางครั้งถูกละไว้ในฐานที่เข้าใจ

I’d like a coffee please.  = I’d like a [cup of] coffee.
May I have a white wine.  = May I have a [glass of] white wine.
They sell a lot of coffees.  = They sell a lot of [different kinds of] coffee.
I prefer white wines to red.  = I prefer [different kinds of] white wine to red.
They had over twenty cheeses on sale.  = They had over twenty [types of] cheese on sale.
This is an excellent soft cheese.  = This [kind of] soft cheese is excellent.

 

2. Nouns บางคำ เป็นได้ทั้ง countable nouns และ uncount nouns

We should always have hope.
George had hopes of promotion.

Travel is a great teacher.
Where did you go on your travels?

 

3. Nouns บางคำ มี 2 ความหมาย เป็นได้ทั้ง countable nouns และ uncount nouns ขึ้นอยู่กับว่าเป็นความหมายใด

His life was in danger.
There is a serious danger of fire.

Linguistics is the study of language.
Is English a difficult language?

It’s made of paper.
The Times is an excellent paper.

 

4. Uncount nouns บางคำลงท้ายด้วย -s ซึ่งดูเหมือนกับ countable nouns ในรูปพหูพจน์

economics (วิชา เศรษฐศาสตร์ ) civics ( วิชาหน้าที่พลเมือง ) works ( โรงงาน ผลงาน )
ethics (วิชาศีลธรรม) mumps ( คางทูม) news ( ข่าว )
mathematics ( คณิตศาสตร์ ) teens ( คนวัย 13 – 19  ปี ) ashes ( ขี้เถ้า )
mechanics ( กลสาสตร์ ) twenties ( คนวัย 20-29 ) measles ( หัด )
politics ( การเมือง ) thirties  ( คนวัย 30 – 39 ) tactics ( กลยุทธ )
sciences ( วิทยาศาสตร์ ) headquarters  ( สำนักงานใหญ่) means ( วิธี )
statistics (วิชาสถิติ ) whereabouts ( ที่อยู่ )

 

5.  คำนามที่มีความหมายถึงกลุ่ม เช่น คน สัตว์ สิ่งของ เราสามารถใช้ได้ทั้งในแบบเอกพจน์ และ พหูพจน์

army audience committee company crew enemy
family flock gang government group herd
media public regiment staff team

บางครั้งเราก็ใช้คำนามที่อ้างอิงถึงกลุ่ม ในรูปเอกพจน์ เช่น

  • The audience always enjoys the show.
  • The group consists of two men and three women.

บางครั้งเราก็คิดว่ากลุ่ม้หล่านี้แยกเป็นส่วน ๆ จึงเป็น พหูพจน์

  • The audience clapped their hands.
  • The largest group are the boys.

องค์กร หรือ ทีม เป็นคำนามที่อ้างอิงถึงกลุ่ม ซึ่งเราใช้ในแบบพหูพจน์

  • AC. Milan are winning 2-0.
  • The United Oil Company are putting prices up by 12%.

 

6. สิ่งของบางอย่างที่มีหลายส่วนอยู่ในชิ้นเดียว ถูกจัดเป็นพหูพจน์ เช่น แว่นตา , กางเกง เป็นต้น

glasses jeans knickers pincers pants pliers
pyjamas scissors shorts spectacles tights trainers
trousers tweezers

These binoculars were very expensive
Those trousers are too long.

เราสามารถสร้างความชัดเจนได้โดยเพิ่มคำว่า a pair of …  (1 คู่ ของ)

I need a new pair of spectacles.
I’ve bought a pair of blue jeans.

หากต้องการกล่าวถึงของที่มากกว่า 1 ชิ้น จะเป็นดังนี้

We’ve got three pairs of scissors, but they are all blunt.
I always carry two pairs of binoculars.

Common Nouns แบ่งได้เป็น Countable Nouns และ Uncountable Nouns

ในบทที่ผ่านมา เราทราบกันแล้วว่า Nouns แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ Common Nouns และ Proper nouns ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Common Nouns (นามทั่วไป) กันให้เข้าใจมากขึ้น

Common Nouns คือ คำนามสำหรับใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของ ความคิด โดยที่คำนามในประเภทนี้ จะไม่ระบุเฉพาะเจาะจงเหมือนกับ Proper nouns

ยกตัวอย่าง เช่น คำว่า man ที่แปลว่าผู้ชาย เป็นคำเรียกรวม ๆ ที่ไม่เจาะจงชัดเจน คำนี้จึงเป็น Common Nouns แต่ถ้ามีการระบุชื่อว่า Jim ที่เป็นชื่อเฉพาะก็จะกลายเป็น Proper nouns

คำว่า month ที่แปลว่าเดือน ไม่ได้ระบุชัดเจนจึงจัดเป็น Common Nouns แต่ถ้าบอกว่า May (เดือนพฤษภาคม) ก็จะอยู่ในประเภท Proper nouns Continue reading

ประเภทของคำนาม (Nouns) ในภาษาอังกฤษ

สำหรับการทำความเข้าใจหลักภาษาอังกฤษ เรามาเริ่มต้นเรียนรู้กันในเรื่องของคำนาม (Nouns) กันก่อน

Nouns คือ ประเภทของคำที่ใช้เรียกแทนหลายสิ่งหลายอย่าง อันได้แก่ คน ,สัตว์ ,สิ่งต่าง ๆ  ,สถานที่ หรือ ความคิด .  Nouns สามารถเป็นได้ทั้งเอกพจน์ ( Singular ) หรือ พหูพจน์ ( Plural )

  • เอกพจน์ คือ คำนามที่มีจำนวนเพียงแค่ 1 เช่น a pencil (ดินสอ 1 แท่ง)
  • พหูพจน์ คือ คำนามที่มีจำนวนมากกว่า 1 เช่น pencils (ดินสอหลายแท่ง)

ประเภทของคำนามแบ่งได้หลายอย่างตามแต่ละตำรา แต่เพื่อให้ไม่สับสน เราควรเริ่มจำการแบ่งตามหลักภาษาอังกฤษแบบใดแบบหนึ่งก่อน

ประเภทของ Nouns ในภาษาอังกฤษ

แบ่งได้ เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  • common nouns คือ นามทั่วไปที่ไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจง เช่น Man (ผู้ชาย) , City (เมือง) , Day (วัน) เป็นต้น
  • proper nouns คือ นามเฉพาะซึ่งเป็นชื่อที่เฉพาะเจาะจงอย่างชัดเจน เช่น John (ชื่อคน), London (ชื่อเมือง), Monday (ชื่อวัน) เป็นต้น

ประเภทของnouns

ในตอนหน้า เราจะมาดูรายละเอียดของแต่ละประเภท nouns โดยจะเริ่มที่ common nouns ซึ่งยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ Countable Nouns ( นามนับได้ ) และ Uncountable Nouns (นามนับไม่ได้ )

คำอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปลไทย

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน บทความแรกของเว็บไซต์ Rakenglish.com เรามาเริ่มต้นที่เรื่องของคำอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษกันก่อน เนื่องจากการอวยพรวันเกิดถือเป็นประเพณีที่ส่วนใหญ่เหมือนกันทั่วโลก คือ เมื่อถึงวันเกิดของผู้ที่เรารู้จัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว หรือเพื่อน ก็ควรแสดงมิตรไมตรีด้วยการกล่าวแสดงคำอวยพร ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ไว้บ้าง

คำอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษ

คำอวยพรวันเกิดในภาษาอังกฤษที่ง่ายที่สุดและคลาสสิคที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นประโยคว่า Happy Birthday ที่แปลว่าสุขสันต์วันเกิด ซึ่งจะกล่าวแค่นี้ก็ไม่ผิดอะไร แต่หากต้องการสร้างความประทับใจให้มากขึ้น ก็ควรเพิ่มประโยคเสริมเข้าไปอีก ซึ่งหากท่านผู้อ่านยังไม่ทราบว่าจะกล่าวอวยพรเช่นไร เราได้รวบรวมตัวอย่างประโยคพูดพร้อมคำแปลไทยมาให้แล้ว

ตัวอย่างคำพูดอวยพรวันเกิดภาษาอังกฤษ

Happy Birthday, and may all the wishes and dreams you dream today turn to reality.
สุขสันต์วันเกิด ,และหวังว่าสิ่งที่คุณปราถนาและฝันไว้ในขณะนี้จะกลายเป็นความจริง

May this year bring with it all the success and fulfillment your heart desires.
ขอให้ปีนี้นำมาซึ่งความสำเร็จและความสมหวังตามที่ใจคุณปราถนา

May this day bring to you all things that make you smile. Happy Birthday!
ขอให้ในวันนี้มีแต่สิ่งที่ทำให้คุณยิ้ม. สุขสันต์วันเกิด

Wishing you a happy birthday, from the bottom of my heart.
สุขสันต์วันเกิด ,จากก้นบึงแห่งหัวใจของฉัน

ลองนำประโยคเหล่านี้ไปใช้ เชื่อว่าจะสามารถสร้างความประทับใจให้ผู้ได้รับคำอวยพรจากคุณได้อย่างมาก