สอนเรื่อง Present Participle และ Past Participle ในภาษาอังกฤษ

By | December 24, 2014

Participle มี 2 อย่าง คือ Present Participle และ Past Participle

Present Participle

รูปของ present participle คือ กริยาเติม ing ซึ่งมีความหมายว่า กริยานั้นกำลังดำเนินอยู่ เช่น

1. I see a girl carrying a basket of flowers.
= I see a girl who is carrying a basket of flowers.

2. I saw a girl carrying a basket of flowers.
= I saw a girl who was carrying a basket of flowers.

ให้สังเกตว่า คำว่า present participle มิได้หมายความถึง present time คำว่า present ในที่นี้เป็นเพียงแต่ชื่อของมันเท่านั้น

Past Participle

รูปของ past participle คือ กริยาช่องที่สาม

ข้อแตกต่างระหว่าง past participle กับ present participle คือ

present participle มีความหมายในทาง active คือ ได้มีการกระทำกริยานั้น
แต่ past participle มีความหมายในทาง passive คือ ได้ถูกกระทำโดยกริยานั้น

จากที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า participle (1) มีที่มาจากคำกริยา (2) ทำหน้าที่ครึ่งกริยาครึ่งคุณศัพท์ ดังนั้นเขาจึงเรียกชื่อ participle อีกอย่างหนึ่งว่า verbal adjective (partly a verb and partly an adjective)

ที่ว่าเหมือนกริยา ก็เพราะมันอาจมีนามตามข้างหลัง ทำหน้าที่เป็นผู้กระทำอาการนั้น เช่น

*กริยาบางคำไม่มี past participle ได้แก่ may, shall, will, can, must, ought, used (to)

ที่ว่าเหมือนคุณศัพท์ (adjective) ก็เพราะมันอาจขยายนามได้เหมือน adjective (คืออยู่หน้านาม หรือตามหลัง verb to be) เช่น

That crying baby is her child.
เด็กที่ร้องไห้นั้นเป็นบุตรของหล่อน

That baby is crying.
เด็กคนนั้นกำลังร้องไห้

หรืออาจจะแสดงการเปรียบเทียบอย่างคำ adjective ก็ได้ เช่น

Education is the most pressing need of our time.
การศึกษาเป็นความต้องการอันจำเป็นที่สุดในยุคของเรานี้

ที่มา:เลิศ  เกษรคำ

สอนภาษาอังกฤษ