ศีลห้า ศีลแปด และการสวดมนต์ ภาษาอังกฤษ

By | December 24, 2014

ศาสนาพุทธได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติมากขึ้น บทสนทนาต่อไปนี้จะช่วยให้เราสามารถอธิบายให้เพื่อนต่างประเทศเข้าใจได้ว่าศีล 5 และ ศีล 8 ในศาสนาพุทธมีอะไรบ้าง

Observance of the Five Precepts.
รับเบญจศีล

The observance of the Five Precepts is just about to begin. Are you interested to know about this?
การรับเบญจศีลกำลังจะเริ่ม คุณสนใจที่จะรู้เรื่องนี้ไหม?

Very much. What’s that man saying?
สนใจมาก ชายคนนั้นกำลังกล่าวอะไร?

It’s in Pali; that means
นั่นเป็นภาษาบาลี แปลว่า

“May I observe the Five Precepts together with the Triple Guidance.” He says this three times.
“ข้าพเจ้าขอรับเบญจศีลพร้อมด้วยไตรสรณาคมน์” เขาพูดเช่นนี้ 3 ครั้ง

What are the Five Precepts?
เบญจศีลได้แก่อะไรบ้าง?

Not killing, not stealing, not committing adultery, not telling falsehood, and not taking intoxicating things.
ไม่ฆ่าสัตว์, ไม่ลักทรัพย์, ไม่ประพฤติผิดประเวณี, ไม่กล่าวเท็จ, และไม่เสพของมึนเมา

What are the Eight Precepts.
ศีลแปดได้แก่อะไรบ้าง?

I’ve heard that some persons observe Eight Precepts in Wan Pra. What are those Eight Precepts?
ผมได้ทราบว่าบางคนถือศีลแปดในวันพระ ศีลแปดได้แก่อะไรบ้าง?

They are Five Precepts with other three in addition.
ก็คือศีลห้ากับอีก 3 ข้อเพิ่มขึ้นมา

What are they?
ได้แก่อะไรบ้าง?

Not to take food beyond the fixed time.
ไม่รับประทานอาหารหลังจากเวลาที่กำหนดไว้

What is the fixed time?
เวลาอะไรที่กำหนดไว้?

At noon. That means you take no food from noon till next morning.
เวลาเที่ยง ย่อมหมายความว่า คุณไม่กินอาหารตั้งแต่เที่ยงจนวันรุ่งขึ้น

What are the other two?
แล้วอีก 2 ข้อล่ะ?

Not to have anything to do with dancing, singing, music, shows, using garlands, perfumes and things that tend to beautify and adorn. And the last one: not using high and luxurious seat and bed.
ไม่เกี่ยวข้องกับการขับร้องฟ้อนรำ การใช้ดอกไม้เครื่องหอม เครื่อง ประทินโฉมต่างๆ และของประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงต่างๆ และข้อสุดท้าย ไม่ใช้ที่นั่งและเตียงอันสูง

What is the great bliss?
อะไรเป็นมงคลสูงสุด?

A Thai friend of mine told me about auspicious days to do this and that. For instance to have hair cut on Monday is to have a great bliss. Is that a belief in your religion?
เพื่อนไทยของผมคนหนึ่งบอกผมถึงเรื่องวันดีต่างๆ สำหรับทำนั่นทำนี่ เช่น ตัดผมวันจันทร์คือมงคล นั่นคือความเชื่อในทางศาสนาของคุณ หรือ?

I don’t think it is Buddhist belief. We believe in the great bliss as preached by Buddha himself.
ผมไม่คิดว่าจะเป็นความเชื่อทางพุทธศาสนา เราเชื่อมงคลสูงสุดซึ่ง พระพุทธเจ้าทรงเทศนา

Could you tell me something about that?
คุณจะเล่าเรื่องนั้นให้ผมฟังได้ไหม?

I couldn’t remember all, but I’ll tell you so far as 1 know.
ผมจำไม่ได้หมด แต่จะบอกคุณเท่าที่ผมรู้

Yes, please do.
ครับ โปรดเล่าเถอะครับ

Not to associate with the unwise, to associate with the wise, to respect those worthy of respect. Each of these is the great bliss.
การไม่สมาคมกับคนพาล การสมาคมกับบัณฑิต การบูชาผู้ที่ควรบูชา แต่ละอย่างเป็นมงคลอันสูงสุด

That’s a philosophy of life, isn’t it? And what else?
นั่นเป็นปรัชญาชีวิตอันหนึ่งใช่ไหม แล้วอะไรอีก?

To honour, support and attend on parents, to look after the wife and children, to be well balanced in the presence of the eight manifestations of worldly changes. There are lots more. I wish I could remember them all.
การยกย่อง การบำรุงเลี้ยงและปรนนิบัติบิดามารดา การเลี้ยงดูบุตร ภรรยา การเป็นผู้ไม่หวั่นไหวเมื่อประสบโลกธรรม 8 ประการ แล้วมีอีก มากมายผมอยากจะจำได้ทั้งหมดเสียจริง ๆ

That’s very interesting. Where can I study some more about this?
แหม น่าสนใจมาก ผมจะศึกษาเรื่องนี้ต่อไปอีกได้ที่ไหน?

It’s in Mangala Sutta, which is recited* by Buddhist priests in many occasions.
อยู่ในมงคลสูตรซึ่งพระท่านสวดมนต์ในโอกาสต่างๆ มากอยู่

That must be in Pali, I think.
นั่นคงเป็นภาษาบาลีนะ ผมว่า

That’s right, but I’ll find you the English translation of that.
ถูกแล้ว แต่ผมก็จะหาฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษให้คุณ

Thank you so much.
ขอบคุณมากครับ

………………………………………………………………………………………….
*การที่เราสวดมนต์ เช่น ก่อนเข้านอน ก็เรียก to recite เหมือนกัน คำสวดเหล่านี้เรียก recitations ไม่ใช่ prayer.
มีคำว่า to chant = สวดมนต์ ซึ่งมีความหมายคล้ายๆ กับ to recite มากกว่า to pray.
………………………………………………………………………………………….
ที่มา:ประมวล  ดิคคินสัน

สอนภาษาอังกฤษ