พจน์ของคำนาม (The Number of Nouns) ภาษาอังกฤษ

By | December 24, 2014

ได้ชี้แจงให้ทราบแล้วว่าคำนามที่ใช้ในทางไวยากรณ์นั้น เราดูแต่เพียงว่านามใดเป็นนามนับได้ (Countable Noun) นามใดเป็นนามนับไม่ได้ (Uncountable Noun) เนื่องจากกระทบกับกิริยา (Verb) ในเรื่องของ “พจน์” (Number) ส่งแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ

1. เอกพจน์ (Singular Number) หมายถึง “หนึ่ง” 2. พหูพจน์ (Plural Number) หมายถึง “มากกว่าหนึ่ง” และนามนับได้ (Countable Noun) เท่านั้นที่มีรูปเป็นพหูพจน์ (Rural Number) ได้

การสร้างรูปนามพหูพจน์ (Formation of the Plural Nouns)
การสร้างรูปนามพหูพจน์โดยทั่วไป ใช้ -S เติมท้ายที่นามเอกพจน์ (Singular Number) เช่น
book – books
day    - days
cat – cats
horse – horses
dog – dogs
judge – judges
bird – birds
mouth – mouths

แต่คำนามต่อไปนี้มีการสร้างรูปพหูพจน์ที่แปลกออกไป แต่ยังสรุปเป็นกฎได้ดังนี้
1) คำที่ลงท้ายด้วย -s, -sh, -ch, -x และ -z ให้เติม -es เช่น
glass – glasses
church – churches
brush – brushes
box    - boxes

2) คำที่ลงท้ายด้วย -o และ -o อยู่หลังพยัญชนะ ให้เติม -es เช่น
negro – negroes
hero – heroes
potato – potatoes
volcano – volcanoes

หมายเหตุ กลุ่มนี้มีคำยกเว้นอยู่หลายคำซึ่งแยกเป็น 2 กรณีดังนี้
1. คำที่ลงท้าย -o แต่ -o อยู่หลังสระ ให้เติม -s เช่น
cuckoo – cuckoos
curio – curios
cameo – cameos
studio – studios
bamboo – bamboos
radio – radios
portfolio – portfolios

2. คำที่รับมาจากภาษาอื่นๆ    เช่น
paino – painos
kilo – kilos
photo – photos
memento – mementos
dynamo -    dynamos
solo    - solos
magneto -    magnetos

3. คำที่ลงท้าย -y และ -y อยู่หลังพยัญชนะให้เปลี่ยน “v” เป็น แล้วเติม -es เช่น
laiy – ladies
army – armies
story – stories
fly    - flies

หมายเหตุ คำที่ลงท้าย – y แต่ – y อยู่หลังสระ (VowelI ให้เติม -s เช่น
valley – valleys
boy    - boys
donkey – donkeys
key    - keys

4) คำที่ลงท้ายด้วย -f หรือ -fe ให้เปลี่ยน -f หรือ -fe เป็น -V แล้วเติม -es เช่น
leaf – leaves
loaf    - loaves
wife – wives
half    - halves
thief – thieves

หมายเหตุ คำต่อไปนี้เป็นคำยกเว้น (Exception) ซึ่งให้เติม -s เท่านั้น คือ
roof     gulf     cliff     reef     proof   chief   hoof   turf   safe   dwarf   grief belief

แต่มีบางคำใช้ได้ 2 รูป คือ
scarfs หรือ scarves
staffs หรือ staves
wharfs หรือ wharves
hoofs หรือ hooves

รูปพหูพจน์นอกเหนือกฎ (Irregular Nouns)
1. มีคำนามอยู่ 8 สำ ใช้วิธีการเปลี่ยนรูปพหูพจน์โดยการเปลี่ยนเสียงสระ (Vowel) ภายในคำ เช่น
man    - men (และรูปผสมของ man คือ gentleman – gentlemen)
woman – women
louse – lice
tooth    - teehth
dormouse – dormice
foot    - feet
goose – geese
mouse  – mice

2. นามบางคำมีรูปเอกพจน์ และพหูพจน์ เป็นรูปเดียวกัน เช่น sheep swine deer fish (และรูป fishes ด้วย) นอกจากนี้ รวมทั้งชื่อของสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อใช้ในความหมายแสดงการล่า (hunting) หรือเป็นความหมายของเกมส์กีฬาต่างๆ เช่น
To hunt elephant, antelope etc.
To shoot wild duck, grouse etc.
To catch salmon, trout etc.

นอกจากนี้ยังมีนามรูปพหูพจน์ (ในรูปเอกพจน์) ซึ่งแสดงจำนวน (number) และแสดงการชั่งนํ้าหนัก (measurement of weight) เช่น
two dozen eggs, three hundred pounds
four thousand people, two gross of pencils
three score years, two stone of polatoes
four hundredweight of coal, 10,000 candle-power
20 horse-power, forty head of cattle
two yoke of oxen, และ
2,300,501 = two million three hundred thousand five hundred and one

หมายเหตุ
1. คำเหล่านี้ (ยกเว้น “gross”) จะต้องเติม -s ข้างท้าย เมื่อไม่มีจำนวนเลขอยู่ข้างหน้า เช่น dozens of eggs, hundreds of pounds, scores of times, hundredweights of coal

2. บางครั้งเมื่อมีจำนวนเลขอยู่ข้างหน้า อาจใช้ได้ทั้ง 2 รูป เช่น
He weighs twelve stones. หรือ He weighs twelve stone.
He is six feet tall. หรือ He is six foot tall.

คำต่อไปมีรูปเป็นพหูพจน์เท่านั้น แต่ใช้เป็นทั้งนามเอกพจน์และพหูพจน์ คือ
barracks, species, series, means, works (และรูปผสมของ “works” เช่น gas-works, iron-works etc. และรวมทั้ง Proper Noun ต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย เสียง “s” เช่น Swiss, Chinese, Japanese, Portuguese และ Viennese

3) มีคำนาม 3 คำที่ทำรูปพหูพจน์โดยการเติม -en คือ
child – children
ox – oxen
brother – brethren

หมายเหตุ ปกติรูปพหูพจน์ของ brother คือ brothers แต่รูป brethren ถูกใช้เป็นรูปพหูพจน์จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 แต่ปัจจุบันนี้รูป brethren ถูกใช้ในความหมาย “สมาชิกต่างๆ ในสมาคมเดียวกันหรืออยู่ในหลักศาสนาเดียวกัน”

รูปนามพหูพจน์ที่เป็นคำต่างประเทศ (Foreign Plurals)
มีคำจากภาษาต่างประเทศหลายคำที่ถูกนำมาใช้ในภาษาอังกฤษจึงมีรูปพหูพจน์ตามรูปเดิมของมัน คำภาษาต่างประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากภาษาลาติน (Latin) และภาษากรีก (Greek) เช่น
จากภาษาลาติน (Latin)
axis    - axes
bacillus – bacilli
medium  -    media
stratum – strata
bacterium     – bateria
locus – loci
radius – radii
corrigendum – corrigenda
addendum  – addenda
erratum – errata
larva     – larvae
nebula – nebulae

จากภาษากรีก (Greek) เช่น
Analysis – analyses
Basis – bases
Crisis – crises
hypothesis – hypotheses
thesis – theses
phenomenon – phenomena
criterion -    oriteria
oasis – oases

คำภาษาต่างประเทศบางคำถูกใช้ในภาษาอังกฤษนานแล้ว จึงมีรูปพหูพจน์ 2 รูป คือ รูปพหูพจน์จากของเดิม และรูปพหูพจน์ตามแบบอังกฤษโดยการเติม -es  เช่น
appendix    -    appendixes, appendices
formula    -    formulae, formulas
terminus    -    termini, terminuses
fungus    -    fungi, funguses
retina    -    retinae, retinas
cactus    -    cacti, cactuses
focus    -    foci, focuses
aquarium    -    aquaria, aquariums
curriculum -    curricula, curriculums
maximum    -    maxima, maximums
memorandum    - memoranda, memorandums
minimum    -    minima, minimums
sanatorium    -    sanatoria, sanatoriums
vortex    -    vortices, vortexes
automaton    -    automate, automatons

คำหลายคำรับมาจากภาฝรั่งเศส (French) และภาษาอิตาเลียน (Italian) จึงมีรูปพหูพจน์จากรูปเดิมและรูปพหูพจน์แบบอังกฤษ โดยการเติม -s เช่น

bureau – bureaux, bureaus
tableau – tableaux, tableaus
portmanteau – portmanteaux, portmanteaus
adieu    - adieux, adieus
trouseau – trouseaux, trouseaus
bandit    - banditti, bandits
libretto – libretti, librettos
soprano – soprani, sopranos
virtuoso – virtuosi, virtuosos

นอกจากนี้มีคำจากภาษาต่างประเทศอีกหลายคำมีรูปพหูพจน์ตามแบบอังกฤษแล้ว เช่น
bonuses, choruses, circuses, isthmuses, omnibuses, prospectuses, areas, arenas, encyclopaedias, eras, ideas, panaceas, peninsulas, sonatas, solos, umbrellas, villas, albums, asylums, chrysanthemums, museums, irises, demons

รูปพหูพจน์ของนามผสม (Plurals of Compund Nouns)
นามผสมส่วนใหญ่ จะแสดงรูปพหูพจน์ของมันที่คำหลัก (headword) เช่น
schoolroom    - schoolrooms
housewife    -    housewives
armchair    - armchairs
washerwoman    -    washerwomen
horseman    - horsemen
tooth-brush    -    tooth-brushes

รวมทั้งนามผสมบางตัวซึ่งมิได้มีฐานเดิมจากคำนามก็ตาม เช่น
handful    - handfuls
outbreak    -    outbreaks
breakdown    - breakdowns
forget-me-not    -    forget-me-nots
drawback    - drawbacks

หรือนามผสมที่แยกเขียนเป็น 2 คำก็ตาม เช่น
ticket collector    - ticket collectors
girl guide    -    girl guides
boy friend    - boy friends
boy scout    -    boy scouts
watch repairer    - watch repairers
motor show    -    motor shows

หรือนามผสมที่มีวลี (Phrase) ขยาย เช่น
father-in-law    - fathers-in-law
passer-by    -    passers-by
commander-in-chief    - commanders-in-chief
justice-of-the-peace -    justices-of-the-peace
man-of-war    - men-of-war
governor-general    -    governors-general
looker-on    - lookers-on
court-martiel    -    courts-martial

แต่นามผสมต่อไปนี้แสดงรูปพหูพจน์ทั้ง 2 คำ เช่น
man servant    - men servants
teacher doctor    -    teachers doctors
gentleman farmer    - gentlemen farmers
Lord-justice    -    Lords-justices
woman servant    - women servants
Knight – Templar    -    Knights – Templars
man student    - men students

คำนามที่มีรูปพหูพจน์เสมอ (Nouns with no Singular Forms)
คำนามประเภทนี้ เมื่อแบ่งตามลักษณะการใช้งานในประโยคแล้ว จะแยกออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้
1. นามรูปพหูพจน์ และใช้ในลักษณะพหูพจน์
2. นามรูปพหูพจน์ แต่ใช้ในลักษณะเอกพจน์

นามรูปพหูพจน์และใช้ในลักษณะพหูพจน์ แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้
1. เป็นนามเครื่องนุ่งห่ม เช่น
trousers, breeches, knickers, pants, pyjamas, shorts, drawers, clothes

2. เป็นนามเครื่องมือเครื่องใช้ที่ประกอบด้วย 2 ส่วน เช่น
scissors, shears, pliers, pineers, spectacles, glasses, tongs, bellows
คำ “pair” มักจะถูกนำมาใช้กับคำนามประเภทนี้ เช่น
a pair of trousers ฯลฯ

3. ชื่อของเชื้อโรค เช่น mumps, measles

4. ชื่อของเกมส์ต่างๆ เช่น billiards, cards, bowls, dominoes, draughts

5. คำอื่นๆ เช่น alms, riches, eaves, scales

(สำหรับการชั่งน้ำหนัก) contents (เกี่ยวกับหนังสือ ฯลฯ) goings-on, gentry, dregs, oats, credentials, tidings, soap-suds, winnings, sweepings, surroundings, ashes (จากไฟ แต่จากบุหรี่ใช้ ash) และนามต่อไปนี้ซึ่งนิยมใช้ในรูปพหูพจน์มากกว่ารูปเอกพจน์ คือ
whiskers, shavings, savings, filings

อย่างไรก็ดี ถ้าคำรูปพหูพจน์ดังกล่าวข้างต้น ถูกนำใช้ในลักษณะประกอบคำนาม (Noun Modifiers) ในรูปนามผสม จะต้องคืนร่างเป็นรูปเอกพจน์ เช่น
My trouser leg; oat cakes; a card table

นามรูปพหูพจน์แต่ใช้ในลักษณะเอกพจน์ มีดังนี้ :-
news, innings, gallows, works, physics, phonetics และรวมทั้งชื่อวิชาต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย -ics

อย่างไรก็ดี ชื่อวิชาต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย -ics อาจใช้ในลักษณะพหูพจน์ก็ได้ เช่น Politics have (has) always interested me. Mathematics is (are) well taught at that school.

รูปพหูพจน์ของคำใช้นำชื่อคน (Forms of Address)

รูปเอกพจน์ รูปพหูพจน์
สำหรับชายที่แต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งงาน Mr. Brown Messrs. BrownThe two Mr. BrownsMr. John (Brown) and Mr. Henry Brown.หมายเหตุ  รูป Messrs. เป็นรูปย่อของ “Messieurs” ซึ่งไม่เคยถูกเขียนเต็มในภาษาอังกฤษเลย ใช้ในภาษาธุรกิจเท่านั้น เช่น Messrs. Brown and Smith Ltd.
สำหรับหญิงยังไม่ได้แต่งงาน Miss Brown The Misses Brown; the Miss Browns; the two Miss Brown; Miss Margaret (Brown) and Miss Lillian Brown
สำหรับหญิงที่แต่งงานแล้ว Mrs. Brown The two Mrs. Brown; The two Mrs. Browns

ความสัมพันธ์ระหว่างประธานกับกริยา (The Agreement between Subject and Verb)
การที่เราเรียนรู้คำนามเอกพจน์ และพหูพจน์นั้นสำคัญในภาษาอังกฤษมาก เพราะจะต้องใช้กระทบกิริยา (Verb) ฉะนั้นเมื่อรู้จักนามพหูพจน์ในรูปต่างๆ ดีแล้ว จะต้องใช้กระทบกิริยาในลักษณะต่างๆ ต่อไปนี้

1. ประธานเอกพจน์ต้องใช้กับกิริยาเอกพจน์ และประธานพหูพจน์ต้องใช้กับกิริยาพหูพจน์ เช่น
The boy is here. The boys are here.

2. ในกรณีที่ Collective Noun เป็นประธานของประโยค อาจใช้ได้ใน 2 ลักษณะดังนี้
2.1 เมื่อ Collective Noun นั้นมีความหมายเป็นรายบุคคล หรือรายตัว (Individual) จะใช้เป็นนามพหูพจน์ เช่น
The football team are having baths and are then coming back here for tea.

The Government have discussed the matter for a long time but they have shown no signs of reaching agreement.

The family are very pleased about the news of William’s success.

2.2 เมื่อ Collective Noun มีความหมายเป็นกลุ่มหรือมีความหมายรวมบุคคลต่างๆ หรือสิ่งต่างๆ เป็นหน่วยเดียว จะใช้เป็นนามเอกพจน์ เช่น
The football team is playing well.
The Government has decided to pass the bill.
That family is a very happy one.

หมายเหตุ นาม “people, police, public, clergy และ cattle” ใช้กับกิริยาพหูพจน์เสมอ เช่น
The people of Norway are called Norwegians.
The police are making enquiries about the murder.
The public are requested not to leave litter in these woods.

3) ประธาน 2 ตัวขึ้นไปที่เชื่อมด้วย “and” ใช้กิริยาพหูพจน์ เช่น
The boy and his dog are here.

หมายเหตุ ถ้าประธาน 2 ตัวที่เชื่อมด้วย “and” แต่มีความหมายเป็นคนเดียวกัน หรือชุดเดียวกัน ใช้กิริยาเอกพจน์ เช่น
Brown bread and butter is usually eaten with smoked salmen.
Whisky and soda is his favourite drink.
The secretary and accountant of the company was present.

4) ประธานบางคำมีรูปเป็นพหูพจน์แต่เป็นหน่วยของเงิน, หน่วยของเวลา หรือหน่วยของระยะทาง ใช้เป็นเอกพจน์ เช่น
Ten years is a long time.
Five thousand pounds is a lot of money.
Ten miles is a long distance.

5) ชื่อเรื่อง (Title) บางเรื่องอาจมีรูปเป็นพหูพจน์ ใช้เป็นเอกพจน์ เป็นต้น เช่น
‘Modern Painters’ is one of Ruskin’s best known books.

6) ถ้าคำนามพหูพจน์คำหลังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวลี (phrase) (= adj. phrase) ให้ถือคำนามตัวแรกเป็นหลัก (นามตัวแรกเป็นประธานที่แท้จริง) เช่น

7) คำ 2 คำ ที่เชื่อมด้วย or หรือ either…or หรือ neither…nor ให้ถือคำตัวหลังเป็นหลัก เช่น
A cigar on a cigarette is very enjoyable.
Either the teacher or the students are to blame for the bad result.
Neither he nor they are wholly right.

8) ถ้าประธานเป็น Distributive Pronoun (สรรพนามเป็นรายตัว) หรือคำนามที่ใช้ Distributive Adject ขยาย ถือว่าเป็นประธานเอกพจน์ และใช้กับ possessive ที่เป็นเอกพจน์ เช่น
Every boy in the class is present.
Each of the boys has gained a prize.
Neither answer is correct.
Everybody is doing his best.

หมายเหตุ
1. ในภาษาพูดอาจใช้ Possessive ที่เป็นพหูพจน์ในกรณีที่ไม่ระบุเพศแน่นอน เช่น
Everyone was talking at the top of their voices.
When each person comes in, they must show their ticket.

2. ส่วนคำ “none” ใช้ได้ทั้งเอกพจน์ และหหูพจน์ เช่น
None of us is perfect.
None of the children in his class are bored with the Lesson.
I have checked your answers and none of them are correct.

3. คำ “number” ใช้ได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์โดยสังเกต ดังนี้
3.1 ถ้าใช้ในรูป “The number of + Plural Noun” ใช้เป็นเอกพจน์ (หมายถึงจำนวนหนึ่งของสิ่งต่างๆ) เช่น
The number of students in the class is small.
3.2 ถ้าใช้ในรูป “A number of + Plural Noun” ใช้เป็นพหูพจน์ (a number of = many) เช่น
A number of students were waiting for the lesson to begin.

9) ถ้าใช้ “it” เป็นประธานในลักษณะเน้น (emphatic) กิริยาตามประธาน “it” (it ในที่นี้เป็นประธานมิใช่บุคคล (Impersonal Pronoun)
“Who broke the window?”
“It was Henry and William.”
It is they who are wrong.

10) กิริยาใน Adjective Clause ให้ถือตาม Antecedent เช่น
Ant.
This is one of the best books that have ever been written on the subject.

11) ในประโยคที่ใช้ There + BE = มี ให้ถือประธานที่แท้จริงเป็นหลัก (Adv. + V + S) เช่น
There is a cherry tree in my garden.
There are cherry trees in my garden.

12) คำ Adj. บางคำ เมื่อมี “The” อยู่ข้างหน้า จะใช้เป็นนามพหูพจน์เสมอ เช่น The rich, The poor, The wounded, The dying, The wealthy, The drowning, etc. เช่น
The rich are usually welcome to the society.

ที่มา:อาจารย์ชำนาญ  ศุภนิตย์, ดร.สัญญา  จัตตานนท์,  อาจารย์สุทิน  พูลสวัสดิ์

สอนภาษาอังกฤษ