คำนำหน้านาม (The Articles) ภาษาอังกฤษ

By | September 9, 2014

ได้ศึกษาคำนามอย่างละเอียดในแง่มุมต่างๆ ไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้เราจะศึกษาส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำนามโดยเฉพาะ ซึ่งมีนักไวยากรณ์บางท่านเรียกมันว่า “คำกำหนดนาม” (Determiners) นั่นคือ “Articles” นั่นเอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. Indefinite Article (คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ)
2. Definite Article (คำนำหน้านามชี้เฉพาะ)

 

Indefinite Article

มีอยู่ 2 คำ คือ “a” และ “an” ซึ่งนำไปใช้ได้กับนามทุกเพศ แต่ใช้กับนามเอกพจน์นับได้ (Singular Countable Noun) เท่านั้น และ “a” นั้น ใช้นำนามที่อ่านด้วยเสียงพยัญชนะ (Consonant Sound) เท่านั้น (ขอให้สังเกตว่า ใช้นำหน้านามที่อ่านด้วยเสียง (Sound) ไม่ใช่รูป (Form) ของนาม ส่วน “an” ใช้นำหน้าคำนามที่อ่านด้วยเสียงสระ (Vowel Sound) เช่น
a day, a boy, a train, an apple, an open door an angry child, an hour, an honest man, an honourable act, an heir, an M.A. Degree

หมายเหตุ เสียงสระ (Vowel Sound) หมายถึงเสียงที่ออกเป็นเสียง “อ” ไม่ว่าคำนามนั้นจะเขียนด้วยรูปพยัญชนะก็ตาม เช่น
an hour, an heir, an M.A. Degree, an N.E.C. radio และกับนามที่เขียนด้วย “h” แต่เสียงเน้นหนัก (Stress) มิได้ตกที่พยางค์แรก เช่น an hotel, an historical novel ส่วนเสียงพยัญชนะ (Consonant Sound) หมายถึงเสียงที่เปล่งเป็นเสียงอื่นๆ นอกเหนือจากเสียง “อ” ซึ่งบางครั้งอาจแสดงด้วยรูปสระ (Vowel) ก็มี เช่น a day, a train, a dog, a bus, a European, a university, a one-eyed man

 

Definite Article

มีอยู่เพียงคำเดียวคือ “the” ซึ่งใช้ได้กับนามทุกเพศ (Gender) และทุกพจน์ (Number) และทั้งนามนับได้ (Countable) และนามนับไม่ได้ (Uncountable) เช่น the day, the one-eyed man, the apples, the hotels the university, the faith, the honesty etc.

คำนำหน้านาม The Articles

การใช้ Indefinite Article

1. ใช้ในความหมาย “หนึ่ง” (one) หรือ “สิ่งใดก็ได้” (Any) หรือ “ไม่ว่าสิ่งใด” (it doesn’t matter which) เช่น
I have a sister and two brothers.    A triangle has three sides.
The animals came in two at a time.    Please pass me a fork.
2. ในความหมายแสดงการเปรียบเทียบ (measurement) เช่น
He drove the car at ninety miles an hour.     We have lessons three times a week.
This material is 125. 6d a yard.        He earns £ 1,000 a year.
Butter is 45. a pound.

3. หน้าคำนาม “dozen, hundred, thousand, million” เช่น
There are a dozen eggs here.
A hundred sheep were in the field.

ข้อสังเกต จะใช้กิริยาเป็นพหูพจน์เสมอ
4. ใช้นำหน้าคำนามที่มีหน้าที่ (function) เป็นตัว Complement ของประโยคเพื่อแสดง “อาชีพ” การค้า, ศาสนา, ชนชั้น ฯลฯ เช่น
George wants to be an engineer.
The King made him a lord.
Mary’s father is an officer in the Navy.
He was a Muslim not a Christian.
You ought not to call him a fool.
Is he a Conservative or a Socialist ?

หมายเหตุ
(1) ถ้าคำนามดังกล่าวแสดงตำแหน่งซึ่งเป็นได้ครั้งละคนเดียว ห้ามใส่ Indefinite Article หน้านาม เช่น
They made him King.
Mr. Priestley was Professor of English at Oxbridge University.
As Chairman of the Society, I call on Mr. X to speak.
Nelson became Captain of the Victory in 1800.

(2) ไม่ใช้ Article หน้านามที่ตามหลังกิริยา “turn” ที่มีความหมายเท่ากับ “become” เช่น
He was a Conservative but he turned Socialist.
He used to be a teacher till he turned writer.

(3) ส่วนตำแหน่งต่างๆ ที่ใช้กับคำนาม (rank” หรือ “title” ให้ใช้ Article “The” นำ เช่น
He gained the rank of Colonel.
He was given the title of Duke.

5. ใช้กับชื่อบุคคลที่รู้จักเพียงแต่ชื่อ (ไม่ทราบรายละเอียดอื่นๆ) เช่น
A Mr. Brown Called to see you when you were out.

6. ใช้ในสุภาษิต (Proverb) หรือคำกล่าวบางอันซึ่งมีความหมาย “เหมือนกัน” หรือ ”ชนิดเดียวกัน” เช่น
Bird of a feather flock together ( = ขนเหมือนกัน)
They were much of a size. ( = ขนาดเท่ากัน)

7. ใช้ใน Appositive Phrase ซึ่งสิ่งของหรือบุคคลใน Phrase นั้นดูไม่เป็นที่คุ้นเคยหรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่น
Blake, an English poet,…………….
Lowton, a small town in Lancashire,…………….
“Lycidas”, a poem by Milton……………………

8. ในประโยคอุทานที่สร้างด้วย “What” เช่น
What a foolish thing to do !
What a pretty girl!
What a day !

แต่ถ้าเป็นนามนับไม่ได้” (Uncountable Noun) ไม่ต้องใส่ Indefinite Article เช่น
What weather we are having !
What good mill this is !
What care he’s taken with this !

ในกรณีนี้ยกเว้น “What a pity” แม้ว่า “pity” เป็นนามนับไม่ได้ก็ตาม

9. ใช้ในกลุ่มวลี (Phrase) ต่อไปนี้
It’s a pity that……
It want to keep a secret;
as a rule; to be in a hurry; to be in a temper;
all of a sudden; it ‘s a shame to do that;
to take an interest in; to take a pride in;
to take a dislike to; to make a fool of oneself;
to be in a position to; to have a headache / a pain / a cold / a cough (แต่ to have toothache / earache / rheu¬matism / influenza) to have a mind to;
to have a fancy for; to have a chance / opportunity / to; at a discount / premium; on an average, a short time ago.

ขอให้สังเกตว่าโครงสร้างที่ประกอบด้วย “such a; quite a; many a; rather a” ด้วย เช่น
I have had such a busy day.
There were quite a lot of people there.
Many a ship has been wrecked there.
He is rather a fool.

และขอให้สังเกตโครงสร้าง So + Adjective + a เช่น
We have not had so good a day as this for a long time.

ข้อสังเกต
(1) การใช้โครงสร้าง “such a” ต้องใช้ในลักษณะนี้เสมอคือ “such a + Adjective + N” ซึ่งมีความหมายเช่นเดียวกับโครงสร้าง “So + Adjective + a + N” แต่การวางคำนั้นแตกต่างกัน ต้องพยายามทำความเข้าใจให้ดี

(2) “Many a” มีความหมายคล้ายคลึงกับ “many” แต่ “many a” ใช้กับนามเอกพจน์ซึ่งกระทบกับกิริยาเอกพจน์ด้วย แต่ “many” ใช้กับนามพหูพจน์เสมอ จึงกระทบกับกิริยาพหูพจน์ด้วย

 

การใช้ Definite Article

1. ใช้นำหน้าคำนามที่เป็น Antecedent ของ Defining Adjective Clause เช่น
This is the book that I promise to lend you.

2. ใช้กับคำนามที่มีสิ่งเดียวในโลก เช่น
The sun rises in the east and sets in the west.
The Bible, the Lord (= God)

3. ใช้กับคำนามที่กล่าวเป็นครั้งที่ 2 ในข้อความ เช่น
Once upon a time there was a little boy who lived in a cottage.
The cottage was in the country and the boy had lived there all his life.

4. ใช้นำหน้าคำนามที่ถูก Prepositional Phrase ขยาย เช่น
The battle of Trafalgar
The road to London
The Palace of Westminster
The letter from America
The house with green shutters
The fourteenth of April

5. นำหน้าจำนวนเลขลำดับที่ (Ordinal Number) ที่ใช้บอกตำแหน่ง เช่น
Queen Elizabeth II (= Queen Elizabeth the second)

6. นำหน้าคำนามชนิด Common Noun ที่ตามด้วย Proper Noun ซึ่งทำหน้าที่บอกรายละเอียดนามตัวหน้า เช่น
The planet Mercury; The poet Byron;

The play “King Lear”

คำนามซึ่งบอกอาชีพต่างๆ หรือการค้าขายต่างๆ ซึ่งตามหลัง Proper Noun ต้องนำด้วย “the” เช่นกัน เช่น
Jackson, the butcher; Lizzie, the cook;
Brown, the General Manager

รวมทั้งคำนามใน Appositive Phrase ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เช่น Rome, the capital of Italy, ………….

7. ใช้กับชื่อประเทศที่ประกอบด้วยดินแดนเล็กๆ หลายดินแดน เช่น
The United Kingdom; The U.S.S.R.
หรือกับชื่อประเทศที่มีรูปพหูพจน์ เช่น
The Netherlands; The United States
และรวมทั้ง Proper Noun ที่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ซึ่งปกติมี Common Noun บอกรายละเอียดตามหลังแต่ถูกละไป เช่น
The Sahara (desert); The Crimea (peninsula)
8. ใช้กับกลุ่มหมู่เกาะ เช่น
The West Indies, The Hebrides, The Bahamas

9. ใช้กับชื่อของแม่น้ำ เทือกเขา และมหาสมุทร เช่น
The Thames, The Danube, The Atlantic,
The Alps, The Andes

10. ใช้นำหน้าชื่อ เรือ รถไฟ และเครื่องบิน เช่น
The Queen Mary, The Flying Scotsman, The Comet

11. ใช้นำหน้าชื่อ โรงแรม, ร้านค้า หรือสถาบันต่างๆ ซึ่งชื่อนั้นไม่ใช่ชื่อของบุคคล เช่น
The Ritz Hotel, The Army and Navy Stores, The Midland Bank, The Odean Cinema

12. ใช้นำหน้านามเอกพจน์นับได้ (Singular Countable Noun) เพื่อให้มีความหมายเป็นชื่อรวมของสรรพสิ่งชนิดเดียวกัน เช่น
The horse is being replaced by the tractor,

13. นำหน้าชื่อเครื่องดนตรีซึ่งใช้ในความหมาย “แสดงความสามารถหรือฝึกฝนเครื่องดนตรีนั้นๆ” เช่น
Mrs. Brown plays the piano; Mr. Brown is learning the violin.

หมายเหตุ ถ้าใช้ในลักษณะความหมายอื่น ให้ใช้ Article ได้ทุกตัวตามแต่เหมาะสม เช่น
I have a violin; it is the violin that has been sent from Europe.

14. ใช้กับรูปเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree)
This is the oldest building in Canterbury.
This is the best I can do.,
The most he can get is a five of £ 5.

15. ใช้นำหน้าคุณศัพท์ที่ถูกใช้เหมือนคำนามซึ่งเป็นชื่อรวมของทั้งหมดในกลุ่มเดียวกัน เช่น
The rich (= rich people) should help
the poor (= poor people)
The French cook better than the English.

การละ Definite Article
1) หน้า Abstract Nouns ที่ใช้ในความหมายทั่วไป เช่น Life is very hard for some people. We will have freedom or death.

หมายเหตุ แต่ถ้า Abstract Nouns มี Adj. Phrase หรือ Adj. Cl. ขยายด้านหลัง ใช้ “the” นำ เช่น
The life we live here is hard.
The freedom of the seas
The work that we do

2) หน้า Material Nouns ที่ใช้ในความหมายทั่วไป เช่น
Butter is made from cream. Wheat is grown in Canada.

หมายเหตุ ถ้ามี Adj. Phrase หรือ Adj. Cl. ขยายด้านหลัง ใช้ “the” นำ เช่น The butter that we ate yestterday was not delicious.

3) หน้า Plural Nouns ที่ใช้ในความหมายทั่วไปๆ ไป เช่น
Books are my best friends.

หมายเหตุ ถ้ามี Adj. Phrase หรือ Adj. Cl. ขยายด้านหลังใช้ “the” นำ เช่น The books you gave me yesterday are very good.

4) หน้าชื่ออาหารมื้อต่างๆ ที่ใช้ในความหมายทั่วไป เช่น
Come to dinner/lunch/tea with me.

หมายเหตุ ถ้ามี Adj. phrase หรือ Adj. Cl. ขยายด้านหลังใช้ “the” นำ เช่น Are you coming to the dinner that we are having in London next  week?

5) หน้า Common Noun คำที่ 2 ในกรณีที่หมายถึงคนๆ เดียว ทำหน้าที่หรือมีตำแหน่งทั้ง 2 อย่างนั้น เช่น
The secretary and accountant of the company was present.

6) หน้า Proper Nouns ส่วนใหญ่ เช่น
I walked in Hyde Park.
Do you know Regent Street?
Lucille comes from France.

7) หน้าชื่อทะเลสาบ (lake) ชื่อแหลม (Cape) ชื่อภูเขา (Mount) เช่น Lake Superior, Lock Lomond, Cape Wrath, Cape Cod, Mount Everest, Mount Vesuvius
ยกเว้น ชื่อที่ถูกขยายด้วย “of’ ด้านหลัง (Prep. Phrase) ใช้ “the” นำ เช่น The Lake of Lucerne; The Cape of Good Hope; The Mount of Olives

8) หน้าชื่อตำแหน่งหรือยศถาบรรดาศักดิ์ที่ตามด้วยชื่อคน เช่น
King George; Doctor Livingstone; Professor Russell; Lord Byron; President Lincoln

9) หน้าชื่อภาษา (Languages) ทั้งหลาย เช่น
She speaks Spanish. He speaks French.

หมายเหตุ ถ้าชื่อภาษาใช้ประกอบกับคำ “language” ต้องใช้ “the” นำ เช่น She speaks the Spanish language.

10) หน้าชื่อเกมกีฬา (games) ต่างๆ ที่ใช้กับกิริยา “play” เช่น
He plays football well. She played tennis hard yesterday.

หมายเหตุ  ถ้าใช้ในลักษณะอื่นอาจใช้ Article ตัวใดก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม เช่น I have a football in my hand.
11) หน้าคำ Common Nouns ต่อไปนี้ school, bed, church, prison, hospital ในความหมายที่มิใช่วัตถุสิ่งของ เช่น
I go to school. (= I go to learn)
I go to church. (= I go to worship)
I go to bed. (= I go to sleep)
I go to prison. (= I go to be in prison = to be jailed)

หมายเหตุ แต่ถ้าใส่ “the” นำหน้าคำนามข้างต้น นามเหล่านั้นจะมีความหมายในวัตถุสิ่งของธรรมดา เช่น
I go to the school. (= ไปที่ตัวอาคารโรงเรียนแต่ไม่ได้ไปเรียนก็ได้)

12) หน้านามชื่อฤดูกาลต่างๆ (Seasons) หน้าชื่อเทศกาลต่างๆ (festivals) เช่น
Winter is the best time for reading.
We are going there in spring/at Easter/on Boxing Day.

13) หน้านาม cook, nurse, teacher เมื่อมีความหมายเป็นบุคคลที่เราสนิทหรือรู้จักเป็นอย่างดี ( = คนครัว/พยาบาล/ครู/ของเราเอง) เช่น
Cook has made mince-pies for Christmas.
Teacher was very pleased with my work.

14) บางครั้งหน้าการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) ที่ใช้ในส่วนภาคแสดง (Predicate) ของประโยค เช่น
The sea is deepest about twenty miles from the coast.
He is happiest when he is working.
Your help was most valuable.

15) ในกลุ่มวลี (Phrase) ต่อไปนี้
in face of; in place of; in sight of
in order of; beyond reach of; beyond hope of;
under cover of; in case of; by way of;
set foot on; shake hands with me;
keep house for; set sail; catch fire;
by land/sea/air; on board ship; at home;
out of doors; by day/night; in debt/trouble;
at daybreak/sunset; for love/money; at anchor

16) ใช้ในโครงสร้าง
The more……, The more………..
The harder you work, the more you will be paid.
The more he gets, the more he wants.
The sooner that work is finished, the better.
I hope a lot of people come to the party; the more, the merrier.

ที่มา:อาจารย์ชำนาญ  ศุภนิตย์, ดร.สัญญา  จัตตานนท์,  อาจารย์สุทิน  พูลสวัสดิ์

สอนภาษาอังกฤษ